ทักทายมิตรรักแฟนบล็อคกันนินึง ช่วงนี้เข้าสู้ภาวะยุ่งรุมเร้าพอควร

 ยังไงก็ขอยืนยันว่าจะมาเขียนบล็อคตลอดนั่นแหละ
ว่าแย้ววันนี้ก็เลยขอเอาเรื่อง top 10  อันดับสุดยอดความสามารถของปังคุงมาให้ชื่นชมกันนะครับ หัวข้อข่าวหามาจาก japanprobe ที่เดิม งานนี้ผมไม่ได้หารกล้ามาจัดอันดับมั่วหรอกครับไปเอาผลมาจากการจัดอันดับของรายการ สวนสัตว์ชิมารุ ที่ออกอากาศไปเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมาอีกทีอะครับ
เริ่มจากอันดับสิบเลยละกัน ลองนั่งไล่ดูไปทีละอันดับเลยครับดูครบสิบอันแล้วรู้สึกดีกับเจ้าลิงตัวนี้มากเลย

10. ตอน การจับด้วงกวาง (ออกอากาศครั้งแรกเมื่อ 9 กย. 2005)

9. ตอน ปังคุงไปซื้อของครั้งแรก (ออกอากาศครั้งแรกเมื่อ 7 ตค. 2004)

8. ตอน ปังคุงไปตรวจร่างกาย (ออกอากาศครั้งแรกเมื่อ 20 ตค. 2005) งานนี้ไปใช้เครื่อง cat สแกนกันด้วยไม่รุว่าปังคุงจะนอนนิ่งๆได้หรือเปล่าจิ

7. ตอน ปังคุงเก็บลูกเการัด (ออกอากาศครั้งแรกเมื่อ 17 พย. 2005)

6. ตอน ไปทำงานที่ฟาร์มฮอกโคได (ออกอากาศครั้งแรกเมื่อ 6 ตค. 2005) ปังคุงต้องรีดนมวัว...จะเปนไงนะ

5. ตอน ไปเป็น PR ประชาสัมพันธ์สินค้า (ออกอากาศครั้งแรกเมื่อ 14 เมษ. 2007) อันนี้เป็นอีกหนึ่งตอนที่ใหม่มาก(ยังไม่เข้าไทย)ใครเป็นแฟนปังคุงต้องดูให้ได้เลย

4. ตอน เป็นนักฟุตบอล (ออกอากาศครั้งแรหเมื่อ 22 มิย. 2006) เป็นอีกหนึ่งตอนที่คนไทยยังไม่ได้ดูกันครับ

3. ตอน อันตรายที่ภูเขา (ออกอากาศครั้งแรหเมื่อ 4 สิค. 2005) จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อปังคุงปะทะงู!

2. แตงโม (ออกอากาศครั้งแรหเมื่อ 30  มีค. 2006) ปิดตาตีแตงโมอะครับปังคุงจะตีได้มั้ยเนี้ยคนยังจะตียากเลยแล้วลิงล่ะเป็นยังไง

1. อะมาถึงสุดยอดความสามารถของเจ้าปังคุงกันแล้วนะครับ
นั่นก็คือตอน ข้ามแม่น้ำ (ออกอากาศครั้งแรกเมื่อ 21 ตค. 2004)
บางคนอาจจะถามว่าแค่ลิงเดินข้ามแม่น้ำมันจะยากยังไง
ยากซิครับก็เพราะว่าสัตว์พวกนี้เขามีสัญชาติญาณกลัวพวกน้ำอยู่แล้วด้วยเมื่อจะต้องข้ามแม่น้ำก็ยิ่งเป็นอะไรที่ยากพอตัวเลยไหนจะต้องทำภาระกิจให้เสร็จไหนจะต้องสู้กับความกลัวของตัวเองอีกด้วย...


งานนี้บอกได้อย่างเดียวครับสู้ต่อไปนะปังคุง !

Ref http://www.japanprobe.com/?p=5247

ตอนนี้มีเพลงน่ารักใสๆมาแนะนำกัน(คนรู้จักเราทั้งแต่ง,ทั้งทำทำนองเองเลย)
เพลงชื่อ "จับมือก็โอเค" (Please Hold on)
เนื้อร้อง/ทำนอง : ใบพัด
ขับร้อง: มุทิตา หลักชัยวิบูลย์
เออบางคนอาจจะงงว่าคุณใบพัด สุดหล่อ เป็นใครก็เขา

ผู้เขียนเสียดายคนฟินแลนด์ไม่มีแขน(ู^-^)ว่าแล้วก็ประชาสัมพันธ์หนังสือกันสักนิด

(ตอนนี้อ่านจบแล้วเดียวพรุ่งนี้ว่างๆจะมารีวีวหนังสือให้อ่านกัน(ในฐานะแฟนคลับคุณใบพัด))

พล่ามมาซะยามนานเลยถ้าสนใจกดฟังกันเลยครับ

Review Nokia tv888 !!

posted on 21 Jul 2008 15:59 by varu  in Telephone

เอ้ารีบเข้ามาเลยครับ วันนี้รีวิวมือถือกันอีกแล้วคราวนี้คาดว่าจะเอ็กคลูซีฟแน่นอน

หนังสือมือถือพวก smart mobile, ฯลฯอะไรเถือกๆนั้นเขาคงไม่หามารีวิวหรอก

 

เพราะเป็นซีรีย์ใหม่เวอร์จากโนเกียเลยล่ะ (ดูแค่ชื่อซีรียTVซิมีที่ไหนเอิ๊กๆ)

รุ่นนี้หน้าตาเป็นยังไงอะมาดูกันเลย

 

อะว่าแล้ว...ต้องมีคน ด่าผมแน่นอนถูกต้องละครับโนเกียปลอมเมคอินจากประเทศจีนอีกแล้ว

(ว่าแล้วก็โดนคุณเพื่อแอบด่าอีกแล้วว่าพักนี้บล็อคผมมีเอามือถือ(เห่ยๆ)

มารีวิวให้ดูกันประจำเลย อย่างว่าแต่ละรุ่นเมคจะแนวจีนๆก็อปอะนะ)

อย่างว่ามือถือแพงๆเจ๋งๆเขาก็รีวิวกันไปหมดแล้วต้องที่นี่เลยรีวิวมือถือนอกกระแสกันซะงั้น หุหุ

ได้รีวิวคราวนี้เพราะได้คุณพี่บั๊มอนุเคราะห์มือถือมาให้ลองเล่น

อะว่าแย้วดูด้านหลังกันบ้าง

 

 

 

กล้อง1.3 เมกไม่มีแฟลชไม่มีไฟฉาย

 

ด้านหลังจะเห็นลำโพงสองข้างเลยแน่นอนละครับเสียงmp3 ดังมากๆ(แต่เร่งสุดแล้วแน่นอนเสียงมันแตก)

อะมาดูรูปถ่ายกันเลย (รูปนายแบบหล่อมากๆเอิ๊กๆ)


ผมว่าภาพมันแสงแปลกๆอะว่าปะสว่างไปนิดนึง

อะว่าแล้วก็มารีวีวในฟังกชั่นจุดขายของรุ่นนี้กันหน่อยละกันนั้นก็คือรุ่นนี้เด่นตรงที่มี Tv tuner,Fm ในตัวเลยเพราะพี่เขามีเสาอากาศติดตัวมาด้วยเลย(อย่างว่าก็จุดขายเขาไง)

อะว่าแ้ล้วก็มาชมภาพกันเสายาวเฟื้อยเลย

มาดูทีเด็ดกันเลยตรงที่ดูทีวี

ภาพไม่ชัดเลยแต่อย่างว่าก็ดูผ่านเสานี่ไม่ได้ดูผ่านพวก rokTv

ในภาพกำลังดูทีวีช่อง ไทยทีพีบีเอสอะครับช่วงเที่ยงที่ผ่านมา

สถานที่ทดสอบก็คือมหิดลศาลายา ตึกวิศวะชั้นสาม เข้าใจคงจะอัพคลื่นกะบ้านนอกไปนิดนึงเลยดูแจ่มได้เท่านี้เอง

 อะมาถึงข้อสรุปเลยละกันวันนี้ริวิวกันสั้นนิดนึง

ลองทายกันมั้ยครับว่าราคา nokia tv888ตัวนี้เท่าไร

เฉลยละกัน 3500บาท 

ถึงฟังก์ชั่นจะเห่ยๆแต่ราคาแค่นี้ผมว่าน่าจะรับกันได้นะ

มีข้อติตรงที่มือถือจีนก็ยังไม่รองรับจาว่าเช่นเคย...

รองดูกันนะครับวันนี้ไปละ

 ปล.ถึงจะเป็นโนเกียปลอมแต่รู้มั้ยครับว่ายี่ห้าจริงๆเขาก็มีนะนั่นก็คือยี่ห้อ wellcom

 

edit @ 21 Jul 2008 16:33:42 by varu

edit @ 22 Jul 2008 09:56:32 by varu

วันว่างอยู่บ้านนอกที่พิจิตรไม่มีอะไรจะทำว่าแย้วก็เลยรีวิวมือถือ กันดีกว่าอันนี้ ประเดิมด้วยรุ่น N211 มือถือใหม่มาก(หรือเปลา) ให้ดูกันครับ

ว่าแล้วก็ดูภาพแรกกันเลย

ผมนั่งหาสเปกไม่ได้จริงๆเลยเข้าใจว่ามันใหม่ไปนิดนึง

อะมาดูด้านข้างกันบ้างมีปุ่มเบาเสียงเล่งเสียง

เป็นไงสงสัยกันแล้วล่ะซิว่ามันรุ่นอะไร

ดูกันเต็มๆตาเลยละกันเปรียบ n211 กับ 6500 slide -_-

ใหญ่เวอร์ที่สุดไปเลย

ก็อย่างว่าจริงๆแล้วมันเป็นมือถือเก่าเก็บที่บ้านผมเองนั่นแหละไม่ใช่มือถือใหม่อะไรหรอก

อายุอานามของ n211 ตัวนี้ก็ไม่มากไม่มายครับ 14ปีเห็นจะได้(จำได้ว่าคุณพ่อซื้อใช้เมื่อสมัยผมอยู่ปอ5อะเครื่องนี้) หนักหนึ่งกิโลเท่านั้นเอง...

อะว่าแล้วก็เอามาเทียบกับอุปกรณ์ต่างๆที่มีให้บ้างครับแท่นชาร์จอะไรงี้

ใหญ่เวอร์กันที่สุด

ราคาที่ซื้อ n211 ตอนนั้นก็ไม่มากไม่มายครับ สามหมื่นบาทเท่านั้นเองเครื่องตัวนี้รองรับเครือข่าย 800 mhzเท่านั้น จุดเด่นของรุ่นนี้ก็คือรองรับการส่ง sms ได้เป็นรุ่นแรกเลยล่ะ

และระบบสั่นยังไม่มีนะจ๊ะ

ส่วนภาพนี้ก็เอาด้านหลังมาให้ดูแท่งๆด้านขวามือไม่ต้องคิดไรมากมันก็คือแบตนั้นเอง

มาเทียบขนาดแบตกะมือถือ 6500 กันอีกสักที

เห็นใหญ่โตโอเวอร์เช่นนี้แต่รู้มั้ยครับว่าถ้าต้องการจะใช้งานให้ครบวันได้ก็ต้องทำแบบนี้ครับ

ถูกละครับมือถือมันบริโภคไฟมากมายผลก็คือถ้าจะให้ใช้คครบวันก็ต้องใช้แบตซะสามก้อนเลยทีเดียว

 อะมาดูกันให้เห็นกันชัดๆ

เสียดายว่ามือถือไม่ได้ใช้นานกว่าเจ็ดแปดปีมาแล้วก็เลยเปิดไม่ติดผมลองชาร์ตไฟดูแล้วก็ใช้งานไม่ได้อะถ้ายังใช้งานได้คงจะแจ่มกว่านี้ว่าปะ

อะภาพสุดท้ายแล้วครับ

ให้เห็นใบวอยรับประกัน จะเห็นว่ามันหมดในปี 39 (เครื่องศูนย์iec อะครับ)

ว่าแล้ววันนี้ก็เพ้อเจ่อกันพอประมาณละกันครับไปละครับบะบาย

ฉลอง 100,000 pages viewed

posted on 16 Jul 2008 12:13 by varu  in Mine

และแล้วก็ทำได้สักทีพี่น้องเข้ามาเที่ยวเล่นที่บล็อกแห่งนี้มากกว่า 100,000 แย้ว

เขียนมายังไม่ครบปี

แอบภูมิใจอยู่ลึกๆอะครับ

ขอบคุณทุกคนนะครับที่เข้ามาเที่ยวเล่นบล็อคนี้อยู่เสมอ

ไปละครับวันนี้ขอตัวไปนอนภูมิใจหน่อยละกัน

แนะนำโปรแกรม Yervant PageGallery

posted on 16 Jul 2008 10:46 by varu  in photo

เคยมั้ยครับที่เราเห็นตากล้องที่เขารับจ้างถ่ายรูปตามงานรับปริญญาที่เขาจะตกแต่งภาพของเราจนเสร็จแล้วก็มักจะมีของแถม(ตามลำดับราคาของโปรที่เลือกถ่ายกับตากล้องอีกทีนะ)
โดยที่เขาฮิตๆกันตอนนี้ก็เอาภาพของเราเนี้ยแหละโดยจัดหน้าออกมาคล้ายๆหนังสือ(หรือmagazine)
คือจัดเรียงรูปแนวๆนิดนึง

ว่าแล้วก็ขอเอาภาพตัวอย่างมาให้ดูกันนิดนึง

ส่วนตัวผมเห็นแล้วก็เฉยๆคือไม่ได้รู้สึกอะไรเท่าไร
แต่เข้าใจว่าเป็นการสร้างมูลค่าให้กับตัว product ได้พอควร(ก็เพื่อจะอัพราคาว่างั้นเหอะ)


ซึ่งรู้มั้ยครับว่าเขาใช้โปรแกรมอะไรทำกัน
ไม่ต้องตอบก็ได้เพราะจะเฉลยอยู่แล้วก็คือ Yervant PageGallery
http://www.pagegallery.net/Home/

http://www.yervant.com.au/


โดยข้อดีของโปรแกรมตัวนี้ก้คือเราสามารถเอาภาพมาจัดเรียงตามแบบ templete ที่มีให้มาได้ง่ายๆโดยโปรแรกมจะทำงานควบคู่ไปกับ action ของ photoshop อีกที ซึ่งมันก็เลยทำให้เราสามารถมาจัดเรียงแก้ไขเพิ่มเติมต่อได้อีกทีนึง

(ถ้าจะใช้ในเครื่องก็ต้องลงโปรแกรม photoshop ก่อนด้วยนะ)


โดยรวมผมว่าโปรแกรมมันใช้งานง่ายมากมาย
ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าเพราะเหตุอะไรตากล้องประเทศนี้มันถึงหวงวิชากันนักหนาใครมีก็มักจะไม่ยอมบอกต่อว่าใช้โปรแกรมอะไร
(กลัวว่าเคล็ดลับพวกนี้จะหลุดไปยังมือผู้บริโคภทั่วไปแล้วงานตัวเองจะไม่ขลังหรือไง...)
วันนี้ขอแฉครับว่าจะกํ๊กกันไปเพื่ออะไร...ว่าแล้วก็ลองเข้าไปดูในกูเกิลดูก็ได้มักจะมีคนโพสขอโปรแกรมแต่มักจะไม่มีใครแจก(ก็บอกแล้วเขาหวงกัน...)
จะหวงกันเพื่ออะไรล่ะครับ ผมจำได้ว่ามันมีสุภาษิตที่บอกว่า ตากล้องเก่งเขาไม่หวงวิชา แต่ยุคนี้หาคนที่ไม่หวงยากเต็มทีแล้วล่ะ...ว่าแล้วก็ปลง


ใจจริงผมอยากโพสให้โหลดกันไปเลยแต่เกรงว่าจะผิดกฤกันไปนิดนึงก็ถ้าใครสนใจems มาหาผมละกันหรือจะทิ้งเมลไว้ผมส่งให้เลย เว็บมาสเตอร์เหนไม่สมควร ems นะครับจะได้เลิกแจก

ผมออกมาแฉแบบนี้น้าๆตากล้องเทพทั้งหลายจะเกลียดผมปะเนี้ย...

ไปละครับวันนี้