e-commerce มีระบบการชำระเงินแบบไหนกันบ้างมะมาดูกันดีกว่า
posted on 28 Aug 2007 15:47 by varu in Knowledge
จริงๆแล้วมันเป็นการบ้านส่งอาจารย์ทำไปทำมาก็เห็นว่านาสนใจดีก็เอามาให้อ่านกันหน่อยละกัน
ระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ของไทยโดยจากโจทย์กำหนดมาสามารถแบ่งชนิดของรูปแบบการชำระเงินได้สองประเภทดังนี้ B2C, B2B
การชำระเงินของ B2C สามารถแบ่งได้เป็นดังต่อไปนี้
1. ระบบโอนเงินรายย่อย Media clearing โดยหักค่าบริการครั้งละ10บาทโอนเงงนได้ไม่เกินครั้งละ500,000บาท
2. บัตรเครดิต Credit card เป็นการใช้เงินฝากในอนาคตเพื่อซื้อของปัจจุบันจะมีผู้ให้บริการรายใหญของโลคเช่น nisa master card
3. ระบบแสดงใบเรียกเก็บเงินและชำระเงิน eBPP ปัจจุบันมีผู้ให้บริการในประเทศไทยเพียงรายเดียวคือ Advance Business exchange ไม่ค่อยได้รับนิยมเพราะถ้าจะใช้บริการต้องทำสัญญากับบริษัทเจ้าของบริการก่อนทำให้เกิดความไม่สะดวก
4.ระบบเช็ค ECS
5. ระบบชำระเงินพาณิชย์อิเล็กทรอนิคส์ E-commerce payment ถ้าในผู้ใช้ทั่วไปให้ใช้บัตรเอทีเอ็มหรือบัตรเดบิตในการสร้างเลขบัญชีเสมือนเพื่อทำธรุกรรมต่างๆ
6. ธนาคารอินเตอร์เนต internet banking
7. ระบบหักบัญชีอัตโนมัติ Direct Debit/Direct Credit เป็นที่นิยมในการหัดค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภค
8. ระบบโอนเงินรายย่อย ORFT ระบบนี้ถกพํฒนาโดยสมาคมธนาคราแห่งประเทศไทย
9. บัตรเดบิต
10. ระบบโอนเงินที่ทำการไปรษณีย์
11. ระบบโอนเงินระหว่างประเทศ SWIFT
12.ระบบโอนเงินระหว่างประเทศ Western Union
นอกจากนี้ยังมีระบบการจัดการชำระเงินอื่นๆ ที่มีความสะดวก ไม่ว่าจะเป็นระบบ Payment Gateway, Banking, mPay, True money ที่สร้างขึ้นมาเพื่อรองรับการทำ e-Commerce ที่ให้ความสะดวกและปลอดภัย
การชำระเงินของ B2B
1. ระบบโอนเงินรายใหญ่ BATHNET คิดค่าบริการโอนครั้งละ250บาทจึงเหมาะกับการใช้งานในรูปบบธรุกิจมากกว่าการใช้งานของผู้ใช้ทั่วไปโดยที่บริการบาทเน็ตทำงานผ่านระบบธนาคราแห่งประเทศไทยโดยปัจจุบันใช้ระบบ BATHNET/2 โดยที่ระบบใหม่นี้สารมารถทำธุรกรรมส่งมอบและชำระราคาพร้อมกันได้แบบมีผลทันที
2.ระบบเช็ค ECS
3. ระบบชำระเงินพาณิชย์อิเล็กทรอนิคส์ E-commerce payment โดยที่ระบบนี้ก็ยังเหมาะกับบริษํทั่วไปที่จัดการด้านการซื้อขายต่างๆ
4. ธนาคารอินเตอร์เนต internet banking
5. ระบบโอนเงิน EDI ถือว่าเป็นระบบที่มีมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง
ระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ของไทยโดยจากโจทย์กำหนดมาสามารถแบ่งชนิดของรูปแบบการชำระเงินได้สองประเภทดังนี้ B2C, B2B
การชำระเงินของ B2C สามารถแบ่งได้เป็นดังต่อไปนี้
1. ระบบโอนเงินรายย่อย Media clearing โดยหักค่าบริการครั้งละ10บาทโอนเงงนได้ไม่เกินครั้งละ500,000บาท
2. บัตรเครดิต Credit card เป็นการใช้เงินฝากในอนาคตเพื่อซื้อของปัจจุบันจะมีผู้ให้บริการรายใหญของโลคเช่น nisa master card
3. ระบบแสดงใบเรียกเก็บเงินและชำระเงิน eBPP ปัจจุบันมีผู้ให้บริการในประเทศไทยเพียงรายเดียวคือ Advance Business exchange ไม่ค่อยได้รับนิยมเพราะถ้าจะใช้บริการต้องทำสัญญากับบริษัทเจ้าของบริการก่อนทำให้เกิดความไม่สะดวก
4.ระบบเช็ค ECS
5. ระบบชำระเงินพาณิชย์อิเล็กทรอนิคส์ E-commerce payment ถ้าในผู้ใช้ทั่วไปให้ใช้บัตรเอทีเอ็มหรือบัตรเดบิตในการสร้างเลขบัญชีเสมือนเพื่อทำธรุกรรมต่างๆ
6. ธนาคารอินเตอร์เนต internet banking
7. ระบบหักบัญชีอัตโนมัติ Direct Debit/Direct Credit เป็นที่นิยมในการหัดค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภค
8. ระบบโอนเงินรายย่อย ORFT ระบบนี้ถกพํฒนาโดยสมาคมธนาคราแห่งประเทศไทย
9. บัตรเดบิต
10. ระบบโอนเงินที่ทำการไปรษณีย์
11. ระบบโอนเงินระหว่างประเทศ SWIFT
12.ระบบโอนเงินระหว่างประเทศ Western Union
นอกจากนี้ยังมีระบบการจัดการชำระเงินอื่นๆ ที่มีความสะดวก ไม่ว่าจะเป็นระบบ Payment Gateway, Banking, mPay, True money ที่สร้างขึ้นมาเพื่อรองรับการทำ e-Commerce ที่ให้ความสะดวกและปลอดภัย
การชำระเงินของ B2B
1. ระบบโอนเงินรายใหญ่ BATHNET คิดค่าบริการโอนครั้งละ250บาทจึงเหมาะกับการใช้งานในรูปบบธรุกิจมากกว่าการใช้งานของผู้ใช้ทั่วไปโดยที่บริการบาทเน็ตทำงานผ่านระบบธนาคราแห่งประเทศไทยโดยปัจจุบันใช้ระบบ BATHNET/2 โดยที่ระบบใหม่นี้สารมารถทำธุรกรรมส่งมอบและชำระราคาพร้อมกันได้แบบมีผลทันที
2.ระบบเช็ค ECS
3. ระบบชำระเงินพาณิชย์อิเล็กทรอนิคส์ E-commerce payment โดยที่ระบบนี้ก็ยังเหมาะกับบริษํทั่วไปที่จัดการด้านการซื้อขายต่างๆ
4. ธนาคารอินเตอร์เนต internet banking
5. ระบบโอนเงิน EDI ถือว่าเป็นระบบที่มีมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง
Tags: b2b, b2c, commerce, mis5 Comments


#1 By pang (124.121.246.85) on 2008-01-05 20:50