พาเที่ยวมิวเซียมสยาม (บทความพาเที่ยวยาวมาก)
posted on 15 Jun 2008 21:32 by varu in Knowedge
คำว่า ทำไม คำเดียวจะทำให้เรามีปัญญา
ช่วงวันสองวันมานี้แอบหนีไปเที่ยวมาครับเปิดโลกกว้างเปิดกะลาอะไรนิดนึงก็เลยไปเที่ยวมิวเซียมสยาม หรือสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ(National Discovery Museum Institute)
http://www.ndmi.or.th/
อยากบอกว่าการได้มาที่นี่จะทำให้เรารู้ว่า คนไทยคืออะไร?เรียนรู้เกี่ยวกับรากเหง้าของชนชาติไทยเราเนี้ยแหละครับว่าไทยแท้ๆมันเป็นแบบไหนกันนะ ที่น่าสนใจคือการลืมมิวเซียมโบราณที่เรามักจะเจอกับ "ห้ามจับ","ห้ามถ่ายรูป" ไปได้เลยเพราะที่นี่เขาเจ๋งมากมาแนวมิวเซียมยุคใหม่เลยที่ให้เราได้ทดลองจริงจังกะมันไม่ได้มัวมากั๊กๆไม่ให้เราได้ทดลองอะไรออกแนวหวงอะไรนักหนา...
อะที่สำคัญตอนนี้มิวเซียมเปิดให้เข้าฟรีด้วย
ทีแรกผมตั้งใจจะแบบว่าพาทัวร์กันแบบขำๆอะนะแต่ตอนนี้ตั้งใจว่าจะเขียนเล่าเรื่องมิวเซียมกันละเอียดหน่อยนึงละกันเพราะเห็นในexteenยังไม่มีใครเขียนเรื่องนี้(ยาวนิดนึงนะไม่นิดละมั้ง...)
สำหรับวิธีการมาก็คือมาที่ตึกกระทรวงพาณิชย์(เดิม)นั่นแหละครับถ้าจะนั่งรถเมลก็สาย 524,3มาลงตรงโรงเรียนราชบพิตรแล้วก็เดินข้ามถนนมาก็ได้แล้ว
อะว่าแล้วก็ภาพแรกเลยละกันทางเข้าครับ

เข้ามาภายในก็จะเห็นความไฮโซพอควรเลยละเขาก็จะให้เราสติกเกอร์เข้างานแบบงานคอมมาร์ทมาติดกะเราแล้วพวกวรสารต่างๆแล้วก็ที่เหลือก็คือรอเข้าไปดูมิวเซียมต่างๆที่เขาจัดมาเป็นชั้นๆอะครับ

ส่วนอันนี้ก็จะเป็นอันแรกที่เข้ามาภายในเขาจัดแสดงเป็นวีดีโอกึ่งๆแนะนำสถานที่นั่นแหละว่า คนไทยเรามาจากไหนแล้วอะไรคือไทยจริงๆ?บิ้วอารมณ์กันให้อยากเดินเข้าไปในงานมากขึ้นไปอีกแนะ
เดินเข้ามาอีกห้องนึงก็จะเป็นการตั้งคำถามกับตัวเราว่าคำตอบของคำว่าไทยแท้คืออะไร...ใช่ส้มตำมั้ย,ใช่เวทีมวย,ใช่รถตุ๊กตุ๊กหรือเปล่า(ก็ต้องตอบว่าไม่ใช่ละมั้ง)เพราะเขาต้องการจะสื่อว่าตกลงแล้วคนไทยเราคืออะไรว่าแล้วก็เตรียมตัวไปชมกับรากเหง้าของคนไทยกันจริงๆกันเลยดีกว่า


จากตรงนี้เราจะต้องเดินขึ้นบันไดไปชั้นสามก็จะมีโมบาย เรียงความ "คนกบแดง"มาให้เราอ่านกันด้วยโดยการแทนฟิกเกอร์ต่างๆตามยุคสมัยต่างตั้งแต่ยุคสุวรรณภูมิเลื่อยมาถึงปรเทศไทยเรา(สังเกตุจากใช้ขวานมาเป็นมือถืออะไรประมาณนั้น ตีความกันมันเลย)

ว่าแล้วก็ขอเสนอรูปไร้สาระนิดนึงรูปถ่ายจากชั้นสองลงมากะรูปผมกะญาติที่ไป...(ไม่รุว่าจะถ่ายมาลงทำไม)

ส่วนอันนี้เป็นสูจิบัตรงานอะครับ

ส่วนอีกอันเป็นใบโฆษณางานองค์การมหาชนที่จัดในช่วง 21 มิย.ที่เซ็นทรัลเวริด

ส่วนอันนี้ก็หลังจากที่มัวไร้สาระกันสักพักนึงได้แล้วก็ขอนำเสนออีกสักห้องละกันห้องที่สาม สุวรรณภูมิ เราเกี่ยวกับชาติไทยเราเนี้ยแหละ

เกร็ดที่ได้จากตรงนี้นะขอเขียนไว้ก่อนเลยละกัน(กลัวลืม)
1.ตำนานประวัติศาสตร์ไทยเรามีการเปลี่ยนแปลงได้ตามหลักฐานและความรู้ความชำนาญที่มากขึ้น
2.ทำให้เรารู้ว่าประวัติศาสตรืที่เราเรียนมาแต่เด็กมีความผิดด้วยนะ
3.สุวรรณภูมิเป็นดินแดนทางซ้ายของอาณาจักรอยุธยา
ว่าแล้วก็เอาภาพนี้มาให้ดูนิดนึงเกี่ยวกับเกมส์แนวค้นหาโบราณวัตถุต่างๆ(อุปกรณ์นำเสนอก็คือสไตล์รัสที่ทำเป็นไม้ปัดฝุ่น+จอทัชสกีนนั่นเอง ขอแก้เป็นตัวเซ็นเซอรจากขนแปลงแทนละกัน)

ห้องถัดมาก็คือห้องเกี่ยวกับคนไทยเรานั่นเอง
อันนี้มีว่าคนไทยเรามีหลายสัญชาติด้วยนะว่าแล้วเขาก็เลยนำเสียงสวัสดีของแต่ละเชื้อชาติมาให้เราฟังตั้งแต่ มอญ,ซาไก,ลาว(สบายดีนั่นเเหละ)

ส่วนที่กำลังเห็นอยู่ก็อาจจะคิดว่าลอกเกมส์ Taiko ของญี่ปุ่นมาเป็นแน่ แต่ผมเห็นแล้วรู้สึกดีเลยนะเลียนแบบมาแต่เอามาประยุกใช้ได้ดีเลยตีกลองเล่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับตำนานบังไฟพญานาค

ส่วนเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่ได้จากเรื่องนี้ก็คือ
4.ข้าวในบุคโบราณคนสมัยนั้นยังไม่รู้จักวิธีการปลุกข้าวกันเลยแล้วถามว่าเขากินข้าวกันได้ไง เขาก็เลยต้องพึ่งพาข้าวป่า(ข้าวที่มันขึ้นเองตามธรรมชาตินั้นแหละกินเอา)
ห้องถัดมาก็คือ
เกี่ยวกับพุทธศาสนาเสียงพระสวดจะดังมาจากลำโพงที่เป็นโดมอยู่ข้างบนลงมา อยากบอกว่าบรรยากาศในห้องชิวๆมากน่านอนเป็นยิ่งนัก

ถัดมาอีกห้องนึงก็คือตำนานเกี่ยวกับกษัตริย์ตามยุคสมัยตามเมืองต่างๆในยุคสมัยนั้นเช่น พระเจ้าอู่ทองอะไรประมาณนั้น
ห้องนี้มีเกี่ยวกับข้อมูลพระมหากษัตริย์แต่ละพระองค์ทำเป็นแอนนิเมชันได้โดนใจมากมายเลย
เกร็ดที่ได้จากห้องนี้
5. ภาษาไทยถูกคิดค้นขึ้นตามแต่ละเมืองต่างๆ อยุธยาเองหรือเมืองต่างๆก็มีภาษาไทยตามแบบฉบับของตัวเอง
6. สุโขทัยไม่ได้ขึ้นกับอยุธยาเลยเป็นเมืองเมืองหนึ่งที่แยกจากกันด็ดขาด

ห้องถัดมาก็คือห้องเกี่ยวกับยานพาหนะของคนไทยเรานั่นก็คือเรือเนี้ยแหละครับ
ตามคำที่ว่าในน้ำมีปลาในนามีข้าวนั้นจริงกันหรือเปล่า


หมายเหตุการถ่ายรูปไม่ได้รับอนุญาติให้ใช้ขาตั้งนะไม่งั้นจะโดนเจ้าหน้าที่ว่านะจ๊ะ

ห้องถัดมาก็คือเกี่ยวกับยุทธวิธีการรบต่างๆ

ว่าแล้วแอบนำเสนอ how to การทำภาพซ้อนภาพแบบในรูปนี้ละกันว่าเขาทำกันไงเขากันงี้ครับ

(ก็หลักการสะท้อนแสงจากLcd เนี้ยแหละเห็นแล้วต้องขอบคุณSamsungอิอิ)
ส่วนอันนี้ก็เกมส์ยิงฆ่าศึกจากปืนใหญ่
หลักการยิงไม่ค่อยมีอะไรกดครั้งแรกล็อกเป้ากดครั้งที่สองกำหนดแรงที่ใช้ยิง คือมีพื้นฐานเกมส์พวกปังย่าละก็จะแจ่มมาก

(หมายเหตุในภาพผู้เล่นคือเจ้าของบล็อครูปหล่อนี่เองอิอิ)
ห้องถัดมาก็คือยุคกรุงรัตนโกสิทร์สักทีว่ากรุงเทพเราเนี้ยแหละเป็นไง

เกร็ดที่ได้จากห้องนี้คือ
7. รู้กันมั้ยเพราะในช่วงที่มีการสร้างกรุงเทพกันเนี้ยเขาเกณฑ์แรงงานญวณ,ลาวเวียงจันทร์เกือบ15000คนและทั้งหมดก็ได้รับให้เป็นคนกรุงเทพในที่สุด(ดังนั้นคนกรุงเทพก็เชื้อญวณกะลาวเวียงจันทร์ละมั้ง อิอิ)
อะห้องถัดมา(กี่ห้องแล้วเนี้ย..)โดยห้องนี้เขานำเสนอเกี่ยวกับภูมิปัญญาไทย,ข้าว,ของเล่นต่างๆ

ส่วนห้องต่อมาก็เป็นห้องกรุงเทพยุคการเปลี่ยนแปลงกันละมีให้ลองชุดถ่ายรูปกะเสื้อผ้าสมัยก่อนด้วยนะ(ทีนี้ใครจะลองแต่งเป็นคุณหญิงคุณนายก็กันดูจะเป็นอำแดงนู้นนี้นั่นก็เต็มที่กันเลย)

ส่วนห้องถัดมาก็เป็นพวกยุคช่องสี่บางขุนพรหมล่ะ(ไอ้เจ้าของบล็อคสะเหร่ออีกตามเคย)

ส่วนอันนี้ห้องเกือบสุดท้ายละกรุงเทพยุคจิกโก๋จิก๊อะไรประมาณนั้นผมว่าเจ๊งสุดล่ะห้องนี้ได้ใจผมที่สุดเลยเขาทำบรรยากาศได้ใจคนยุคนั้นจริงๆเลยแนวแดงไบเลย์เลยอะคุณเอ้ย

อะส่วนนี้ก็คือห้องสุดท้ายละครับห้องนี้เป็นห้องส่งข้อความถึงคนต่างๆก้คือเขียนบนหน้าจอทัชสกีนแล้วก็ไปยืนบนกำแพงข้อความก็จะขึ้นมาให้ได้ถ่ายรูปกันไปนึกภาพไม่ออกดูรูปเลย

สุดท้ายรูปผมละกัน

ไปคราวนี้อยากบอกว่าเป็นการไปเที่ยวมิวเซียมที่สนุกที่สุดเลยละมั้งใครได้อ่านเอ็นทรี่นี้ผมขออยู่สองอย่างเอง
1.ไปเที่ยวกันนะครับมิวเซียมดีๆแบบนี้หายากอยู่ด้วยไปค้นหารากเหง้าความเป็นชนชาติไทยกัน
2.ภูมิใจกันเถอะครับกับความเป็นไทยแม้จะไทยแท้หรือไทยพันไหนๆก็ตามที
รักกันไว้เถอะครับ
ปล.เกร็ดที่ได้จากการเขียนเอ็นทรี่นี้คือ
น่าจะเป็นเอนทรี่ที่เขียนยาวที่สุดแล้วก็ใช้เวลานานที่สุดตั้งแต่เขียนมาเลย ทีแรกตั้งใจว่าจะเขียนเป็นตอนๆไปแล้วก็ว่าจะเขียนต่อพรุ่งนี้แต่ไปๆมาๆก็ดันเขียนจนจบซะงั้น
ใครอ่านจนจบผมอยากขอบคุณจากใจเลยและเป็นไปได้ช่วยดันกันให้ติด hot posts หน่อยเถอะครับเพราะยากให้เพื่อนๆexteenได้อ่านกันเยอะเพื่อใครอ่านแล้วจะได้ไปเที่ยวกันเยอะๆ
ไปละครับวันนี้ Has a nice dream นะครับ
หมายเหตุตอนนี้ได้เขียนเอ็นทรี่ตอนต่อของมิวเซียมสยาม เรื่องมิวเซียมสยามกับการโดนทำลาย ใครสนใจเชิญอ่านกันเลยครับ
edit @ 16 Jun 2008 19:32:27 by varu

ตั้งแต่เค้ายังไม่เก็บตัง
#1 By misterjae on 2008-06-15 22:08