Knowedge

หลายๆคนของจะทราบกันว่าผมเรียนปอโทอยู่ซึ่งในการเรียนระดับบัณฑิตศึกษานั้นน่าจะเรียกว่าหนีการอ่านงานวิจัยหรือ journal ใหม่ๆที่ได้ลงตีพิมพ์ไม่ได้หรอก ต้องมานั่งอ่านกันและเจ้าพวกงานวิจัยพวกนี้ส่วนใหญ่ก็เป็นต่างชาติซะบานเบอะเราคนไทยก็ต้องแปลกันไป...
ผมก็อ่านงานวิจัยไปเลื่อยๆว่างก็หาอ่านหาแนวเขียน thesis นานๆวันเข้าเรื่องที่แปลเป็นไทยจนเสร็จมันก็มีอยู่หลายตัวเลยนี่...
ว่าแล้วผมเก็อดไม่ได้ได้ที่จะช่วยเผยแพร่งานวิจัยพวกนี้ต่อจังเลยเพราะหลายๆอันน่าจะมีประโยชน์แต่ไม่ได้รับการรับรู้เท่าที่ควร
(ลึกๆเข้าใจว่างานวิจัยมันเป็นงานวิชาการไม่ค่อยเหมาะกะที่เอ็กทีนเท่าไร เอ็นทรี่คราวนี้เลยอาจจะไม่สนุกเท่าไร)แต่ก็เอาเหอะผมอยากเผยแพร่ให้ได้อ่านกันจริงๆ
ว่าแล้วก็ขอนำเสนอโครงการแรกละกันแปลเรื่อง

Conceptual Framework of Knowledge
Management for Ethical Decision-Making
Support in Neonatal Intensive Care

ของคุณ Lan Yang, Robin C. Walker, and Annette M. O’Connor
ตีพิมพ์ใน BIOMEDICINE, VOL. 9, NO. 2, JUNE 2005

โดยที่พอจะเเปลเป็นไทยก็ประมาณนี้ครับ


ขอบข่ายงานทางความคิดของการจัดการความรู้สำหรับระบบสนับสนุนการตัดสินใจตามหลักจริยธรรมในการรักษาพยาบาลเด็กแรกเกิดที่ป่วยขั้นวิกฤต


คืองานวิจัยตัวนี้เขาใช้DSS หรือ ระบบการช่วยตัดสินใจในเด็กแรกเกิดที่อาจจะเกิดมาก่อนกำหนดหรือแบบว่าน้ำหนักไม่ถึงต่างๆโดยที่อยู่ในภาวะวิกฤติที่อาจจะเสียชีวิตได้นั่นเองโดยระบบการช่วยตัดสินใจจะช่วยให้ทั้งพ่อแม่และแพทย์ใช้ในการตัดสินใจว่าจะช่วยเหลือชีวิตเด็กได้ยังไง
ว่าแล้วก็เลยชวนให้อ่านกันเลยครับ

 


 

Original : http://www.beupload.com/download/?55ce3b7cf2ad74f116f4a171362330e7

แปลเป็นไทย :  http://www.beupload.com/download/?55ce18aa1f0cefef889e6ad02341c5a8

 

ก็ประมาณนี้อะครับยังไงลองอ่านกันดูเลยนะครับถ้าอ่านแล้วไม่เข้าใจอะไรถามได้นะ

ช่วงนี้หน้าที่การงานกับความรับผิดชอบกับเรื่องเรียนป.โทมีมากขึ้นละ
หลังจากมัวเล่นๆมานาน
ก็เลยไม่ค่อยจะได้มานั่งเขียนเอนทรี่เท่าไร
แต่ยังไงก็จะมาเขียนให้ได้ทุกวันนั่นแหละครับ
อะว่าแล้ววันนี้ก็ขอนำเสนอเว็บโหลดหนังสือ text book แบบ ebook ดีๆหน่อยละกันผมว่าเป็นประโยชน์มากๆเลยกะน้องนักศึกษาที่หา text อ่านกันอะ
เว็บนี้ครับ


http://gigapedia.info
มีอีบุคให้โหลดเยอะมากๆแถมฟรีอีกต่างหากไม่ได้มีแต่ตำราเรียนนะครับสนใจนิยายต่างประเทศก็มีเหมือนกัน
โดยเฉพาะเกี่ยวกับเรื่องเรียนนี่ไม่ต้องพูดถึงเลยเยอะมาก
แต่ต้องสมัครสมาชิคก่อนนะไม่งั้นจะโหลดไม่ได้
อย่างที่ผมลองโหลดมาก็พวกตำรา GIS กลับพวก Strategic Planning for Information Systems

เล่มนี้จาก115เหรีญราคาขายในไทยก็เกือบสามพันกว่าบาทก็มีให้อ่านกันฟรีบนเว็บอะไรงี้

http://gigapedia.org/items/32129/strategic-planning-for-information-systems-3rd-edition--2002-06

อะไรแนวๆนี้ก็เจอเยอะแยะเลยคาดว่าใครต้องการหนังสืออะไรยังไงลองไปหาดูในเว็บนี้ก่อนอาจจะมีหลงๆมาบ้างละมั้ง

ก็ลองใช้กันดูนะอย่างน้อยก็ทำให้เราประหยัดเงินค่าหนังสือไปได้พอควรเลย

ปล.การละเมิดลิขสิทธิ์เป็นสิ่งผิดกฤหมายนะจ๊ะ

เรื่องมันต่อมาจากเมื่อวานก่อนครับหลังจากพาเที่ยวมิวเซียมมาจากเอ็นทรี่ก่อนหน้านี้
http://varu.exteen.com/20080615/entry
แล้วในคอมเม้น คุณ .KaTeLaDa.. จุดประเด็นไว้เรื่องสิ่งของในมิวเซียมเริ่มมีเสียมีชำรุดกันแล้ว...
ซึ่งผมก็ตั้งใจไว้แล้วว่าจะเขียนเอ็นทรี่นี้อยู่พอดีว่าแล้วก็จัดซะหน่อยออกแนวเก็บตกจากมิวเซียมนิดนึงละกัน
เรื่องของที่เสียหายที่ผมพอจะเห็นก็มีอยู่ประมาณ3อย่างละมั้ง(บางทีอาจจะมีมากกว่านี้ก็ได้ละมั้ง...)
1. บูทในส่วนของการนับถือศาสนาของแต่ละพื้นที่
คือในบูทนี้เขาจะมีแผนที่เปล่าแล้วก็ให้เราใช้ไฟฉายในการส่องไปที่บริเวณแผนที่ต่างๆว่าแถบสุโขทัยนับถือศาสนาอะไร?บริเวณอะไรนับถือผีนับถือเทพกันบ้างแต่ปัญหามันดันมาอยู่ตรงที่ไฟฉายที่ใช้ค้นหาเนี้ยแหละมันดันหายไปซะแล้ว...แล้วทีนี้คนที่มาดูก็เลยไม่สามารถทำอะไรในบูทนี้ได้เลย...จบข่าวว่าแล้วถ้านึกภาพไม่ออกก็ดูรูปประกอบเลยครับ



ผมถามน้องเฝ้าบูทก็บอกว่ามันหายไปแล้วส่วนไฟฉายที่ใช้ก็เป็นแค่ไฟชนิดที่เขาเอาไว้ส่องพวกแมงดาอะสีม่วงๆ...(ใช้ไฟส่องไม่ได้นะ)

2.บูทเกี่ยวกับการละเล่นของเด็กไทย
คือในบูทเนี้ยเขาก็มีหุ่นไม้แกะสลักปั่นเอาไว้ทำเป็นวิถีชีวิตของคนไทยเราแล้วที่เด็ดก็คือเขาทำเป็นกลไกลต่างๆมีฟันเฟืองหมุนๆผมว่าเจ๋งมากๆแต่เรื่องมันเศร้าก็ตรงที่เขาเน้นให้เราสามารถจับต้องสิ่งของต่างๆได้ไม่มีกั๊กเนี้ยแหละผลที่ตามมาก็คือหุ่นไม้แกะสลักอันบอบบางก็มีหักกันไปบ้าง...
ว่าแล้วก็ขอนำเสนอมาให้ดูกันนิดนึงกะที่มันเสียอะ


ผมว่าทางแก้ที่ง่ายที่สุดเลยก็คือเอากระจกมาครอบป้องกันไว้จะดีที่สุดละ
อะลืมไปในส่วนของบูทนี้ยังมีของละเล่นของเด็กไทยให้เล่นกันด้วย...ซึ้งตามคาดครับของหาย...

3 บูทเกี่ยวกับเสื้อผ้าโบราณที่เอามาให้เราได้เปลี่ยนมาถ่ายรูป
ผมว่าหลายคนน่าจะเดาได้ว่าปัญหาของบูทนี้คืออะไร
ถูกละครับเสื้อผ้าเสียหายเนี้ยแหละผมเห็นหลายๆคนไม่ทะนุถนอมของกันเลยเห็นแล้วก็แอบเศร้าใจอยู่คนเดียว...

เอาเป็นว่าใครอ่านจนจบทั้งสองเอ็นทรี่แล้วขอเถอะมิวเซียมดีๆก็ช่วยกันรักษากันไว้นะอย่าให้มันพังไปมากกว่านี้เลยเดียวเขาจะหวงขึ้นมาล่ะแย่เลย
ลดละเลิกการทำลายสิ่งของในมิวเซียมกันเถอะครับ
มาเป็นคนเที่ยวมิวเซียมแบบสุภาพชนกันดีกว่านะก่อนที่เราจะไม่เหลือมิวเซียมดีๆไว้ดูกัน

ไปละครับวันนี้บะบาย

edit @ 16 Jun 2008 19:44:06 by varu

คำว่า ทำไม คำเดียวจะทำให้เรามีปัญญา

ช่วงวันสองวันมานี้แอบหนีไปเที่ยวมาครับเปิดโลกกว้างเปิดกะลาอะไรนิดนึงก็เลยไปเที่ยวมิวเซียมสยาม หรือสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ(National Discovery Museum Institute)
http://www.ndmi.or.th/


อยากบอกว่าการได้มาที่นี่จะทำให้เรารู้ว่า คนไทยคืออะไร?เรียนรู้เกี่ยวกับรากเหง้าของชนชาติไทยเราเนี้ยแหละครับว่าไทยแท้ๆมันเป็นแบบไหนกันนะ ที่น่าสนใจคือการลืมมิวเซียมโบราณที่เรามักจะเจอกับ "ห้ามจับ","ห้ามถ่ายรูป" ไปได้เลยเพราะที่นี่เขาเจ๋งมากมาแนวมิวเซียมยุคใหม่เลยที่ให้เราได้ทดลองจริงจังกะมันไม่ได้มัวมากั๊กๆไม่ให้เราได้ทดลองอะไรออกแนวหวงอะไรนักหนา...
อะที่สำคัญตอนนี้มิวเซียมเปิดให้เข้าฟรีด้วย
ทีแรกผมตั้งใจจะแบบว่าพาทัวร์กันแบบขำๆอะนะแต่ตอนนี้ตั้งใจว่าจะเขียนเล่าเรื่องมิวเซียมกันละเอียดหน่อยนึงละกันเพราะเห็นในexteenยังไม่มีใครเขียนเรื่องนี้(ยาวนิดนึงนะไม่นิดละมั้ง...)
สำหรับวิธีการมาก็คือมาที่ตึกกระทรวงพาณิชย์(เดิม)นั่นแหละครับถ้าจะนั่งรถเมลก็สาย 524,3มาลงตรงโรงเรียนราชบพิตรแล้วก็เดินข้ามถนนมาก็ได้แล้ว
อะว่าแล้วก็ภาพแรกเลยละกันทางเข้าครับ

เข้ามาภายในก็จะเห็นความไฮโซพอควรเลยละเขาก็จะให้เราสติกเกอร์เข้างานแบบงานคอมมาร์ทมาติดกะเราแล้วพวกวรสารต่างๆแล้วก็ที่เหลือก็คือรอเข้าไปดูมิวเซียมต่างๆที่เขาจัดมาเป็นชั้นๆอะครับ

ส่วนอันนี้ก็จะเป็นอันแรกที่เข้ามาภายในเขาจัดแสดงเป็นวีดีโอกึ่งๆแนะนำสถานที่นั่นแหละว่า คนไทยเรามาจากไหนแล้วอะไรคือไทยจริงๆ?บิ้วอารมณ์กันให้อยากเดินเข้าไปในงานมากขึ้นไปอีกแนะ
เดินเข้ามาอีกห้องนึงก็จะเป็นการตั้งคำถามกับตัวเราว่าคำตอบของคำว่าไทยแท้คืออะไร...ใช่ส้มตำมั้ย,ใช่เวทีมวย,ใช่รถตุ๊กตุ๊กหรือเปล่า(ก็ต้องตอบว่าไม่ใช่ละมั้ง)เพราะเขาต้องการจะสื่อว่าตกลงแล้วคนไทยเราคืออะไรว่าแล้วก็เตรียมตัวไปชมกับรากเหง้าของคนไทยกันจริงๆกันเลยดีกว่า


จากตรงนี้เราจะต้องเดินขึ้นบันไดไปชั้นสามก็จะมีโมบาย เรียงความ "คนกบแดง"มาให้เราอ่านกันด้วยโดยการแทนฟิกเกอร์ต่างๆตามยุคสมัยต่างตั้งแต่ยุคสุวรรณภูมิเลื่อยมาถึงปรเทศไทยเรา(สังเกตุจากใช้ขวานมาเป็นมือถืออะไรประมาณนั้น ตีความกันมันเลย)

ว่าแล้วก็ขอเสนอรูปไร้สาระนิดนึงรูปถ่ายจากชั้นสองลงมากะรูปผมกะญาติที่ไป...(ไม่รุว่าจะถ่ายมาลงทำไม)

ส่วนอันนี้เป็นสูจิบัตรงานอะครับ

ส่วนอีกอันเป็นใบโฆษณางานองค์การมหาชนที่จัดในช่วง 21 มิย.ที่เซ็นทรัลเวริด

ส่วนอันนี้ก็หลังจากที่มัวไร้สาระกันสักพักนึงได้แล้วก็ขอนำเสนออีกสักห้องละกันห้องที่สาม สุวรรณภูมิ เราเกี่ยวกับชาติไทยเราเนี้ยแหละ

เกร็ดที่ได้จากตรงนี้นะขอเขียนไว้ก่อนเลยละกัน(กลัวลืม)

1.ตำนานประวัติศาสตร์ไทยเรามีการเปลี่ยนแปลงได้ตามหลักฐานและความรู้ความชำนาญที่มากขึ้น
2.ทำให้เรารู้ว่าประวัติศาสตรืที่เราเรียนมาแต่เด็กมีความผิดด้วยนะ
3.สุวรรณภูมิเป็นดินแดนทางซ้ายของอาณาจักรอยุธยา

ว่าแล้วก็เอาภาพนี้มาให้ดูนิดนึงเกี่ยวกับเกมส์แนวค้นหาโบราณวัตถุต่างๆ(อุปกรณ์นำเสนอก็คือสไตล์รัสที่ทำเป็นไม้ปัดฝุ่น+จอทัชสกีนนั่นเอง ขอแก้เป็นตัวเซ็นเซอรจากขนแปลงแทนละกัน)

ห้องถัดมาก็คือห้องเกี่ยวกับคนไทยเรานั่นเอง
อันนี้มีว่าคนไทยเรามีหลายสัญชาติด้วยนะว่าแล้วเขาก็เลยนำเสียงสวัสดีของแต่ละเชื้อชาติมาให้เราฟังตั้งแต่ มอญ,ซาไก,ลาว(สบายดีนั่นเเหละ)

ส่วนที่กำลังเห็นอยู่ก็อาจจะคิดว่าลอกเกมส์ Taiko ของญี่ปุ่นมาเป็นแน่ แต่ผมเห็นแล้วรู้สึกดีเลยนะเลียนแบบมาแต่เอามาประยุกใช้ได้ดีเลยตีกลองเล่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับตำนานบังไฟพญานาค

ส่วนเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่ได้จากเรื่องนี้ก็คือ

4.ข้าวในบุคโบราณคนสมัยนั้นยังไม่รู้จักวิธีการปลุกข้าวกันเลยแล้วถามว่าเขากินข้าวกันได้ไง เขาก็เลยต้องพึ่งพาข้าวป่า(ข้าวที่มันขึ้นเองตามธรรมชาตินั้นแหละกินเอา)

ห้องถัดมาก็คือ
เกี่ยวกับพุทธศาสนาเสียงพระสวดจะดังมาจากลำโพงที่เป็นโดมอยู่ข้างบนลงมา อยากบอกว่าบรรยากาศในห้องชิวๆมากน่านอนเป็นยิ่งนัก

ถัดมาอีกห้องนึงก็คือตำนานเกี่ยวกับกษัตริย์ตามยุคสมัยตามเมืองต่างๆในยุคสมัยนั้นเช่น พระเจ้าอู่ทองอะไรประมาณนั้น
ห้องนี้มีเกี่ยวกับข้อมูลพระมหากษัตริย์แต่ละพระองค์ทำเป็นแอนนิเมชันได้โดนใจมากมายเลย
เกร็ดที่ได้จากห้องนี้

5. ภาษาไทยถูกคิดค้นขึ้นตามแต่ละเมืองต่างๆ อยุธยาเองหรือเมืองต่างๆก็มีภาษาไทยตามแบบฉบับของตัวเอง
6. สุโขทัยไม่ได้ขึ้นกับอยุธยาเลยเป็นเมืองเมืองหนึ่งที่แยกจากกันด็ดขาด



ห้องถัดมาก็คือห้องเกี่ยวกับยานพาหนะของคนไทยเรานั่นก็คือเรือเนี้ยแหละครับ
ตามคำที่ว่าในน้ำมีปลาในนามีข้าวนั้นจริงกันหรือเปล่า


หมายเหตุการถ่ายรูปไม่ได้รับอนุญาติให้ใช้ขาตั้งนะไม่งั้นจะโดนเจ้าหน้าที่ว่านะจ๊ะ


ห้องถัดมาก็คือเกี่ยวกับยุทธวิธีการรบต่างๆ

ว่าแล้วแอบนำเสนอ how to การทำภาพซ้อนภาพแบบในรูปนี้ละกันว่าเขาทำกันไงเขากันงี้ครับ

(ก็หลักการสะท้อนแสงจากLcd เนี้ยแหละเห็นแล้วต้องขอบคุณSamsungอิอิ)
ส่วนอันนี้ก็เกมส์ยิงฆ่าศึกจากปืนใหญ่
หลักการยิงไม่ค่อยมีอะไรกดครั้งแรกล็อกเป้ากดครั้งที่สองกำหนดแรงที่ใช้ยิง คือมีพื้นฐานเกมส์พวกปังย่าละก็จะแจ่มมาก

(หมายเหตุในภาพผู้เล่นคือเจ้าของบล็อครูปหล่อนี่เองอิอิ)

ห้องถัดมาก็คือยุคกรุงรัตนโกสิทร์สักทีว่ากรุงเทพเราเนี้ยแหละเป็นไง

เกร็ดที่ได้จากห้องนี้คือ

7. รู้กันมั้ยเพราะในช่วงที่มีการสร้างกรุงเทพกันเนี้ยเขาเกณฑ์แรงงานญวณ,ลาวเวียงจันทร์เกือบ15000คนและทั้งหมดก็ได้รับให้เป็นคนกรุงเทพในที่สุด(ดังนั้นคนกรุงเทพก็เชื้อญวณกะลาวเวียงจันทร์ละมั้ง อิอิ)

อะห้องถัดมา(กี่ห้องแล้วเนี้ย..)โดยห้องนี้เขานำเสนอเกี่ยวกับภูมิปัญญาไทย,ข้าว,ของเล่นต่างๆ

ส่วนห้องต่อมาก็เป็นห้องกรุงเทพยุคการเปลี่ยนแปลงกันละมีให้ลองชุดถ่ายรูปกะเสื้อผ้าสมัยก่อนด้วยนะ(ทีนี้ใครจะลองแต่งเป็นคุณหญิงคุณนายก็กันดูจะเป็นอำแดงนู้นนี้นั่นก็เต็มที่กันเลย)

ส่วนห้องถัดมาก็เป็นพวกยุคช่องสี่บางขุนพรหมล่ะ(ไอ้เจ้าของบล็อคสะเหร่ออีกตามเคย)

ส่วนอันนี้ห้องเกือบสุดท้ายละกรุงเทพยุคจิกโก๋จิก๊อะไรประมาณนั้นผมว่าเจ๊งสุดล่ะห้องนี้ได้ใจผมที่สุดเลยเขาทำบรรยากาศได้ใจคนยุคนั้นจริงๆเลยแนวแดงไบเลย์เลยอะคุณเอ้ย

อะส่วนนี้ก็คือห้องสุดท้ายละครับห้องนี้เป็นห้องส่งข้อความถึงคนต่างๆก้คือเขียนบนหน้าจอทัชสกีนแล้วก็ไปยืนบนกำแพงข้อความก็จะขึ้นมาให้ได้ถ่ายรูปกันไปนึกภาพไม่ออกดูรูปเลย

สุดท้ายรูปผมละกัน

ไปคราวนี้อยากบอกว่าเป็นการไปเที่ยวมิวเซียมที่สนุกที่สุดเลยละมั้งใครได้อ่านเอ็นทรี่นี้ผมขออยู่สองอย่างเอง

1.ไปเที่ยวกันนะครับมิวเซียมดีๆแบบนี้หายากอยู่ด้วยไปค้นหารากเหง้าความเป็นชนชาติไทยกัน
2.ภูมิใจกันเถอะครับกับความเป็นไทยแม้จะไทยแท้หรือไทยพันไหนๆก็ตามที

รักกันไว้เถอะครับ

ปล.เกร็ดที่ได้จากการเขียนเอ็นทรี่นี้คือ
น่าจะเป็นเอนทรี่ที่เขียนยาวที่สุดแล้วก็ใช้เวลานานที่สุดตั้งแต่เขียนมาเลย ทีแรกตั้งใจว่าจะเขียนเป็นตอนๆไปแล้วก็ว่าจะเขียนต่อพรุ่งนี้แต่ไปๆมาๆก็ดันเขียนจนจบซะงั้น

ใครอ่านจนจบผมอยากขอบคุณจากใจเลยและเป็นไปได้ช่วยดันกันให้ติด hot posts หน่อยเถอะครับเพราะยากให้เพื่อนๆexteenได้อ่านกันเยอะเพื่อใครอ่านแล้วจะได้ไปเที่ยวกันเยอะๆ

ไปละครับวันนี้ Has a nice dream นะครับ

หมายเหตุตอนนี้ได้เขียนเอ็นทรี่ตอนต่อของมิวเซียมสยาม เรื่องมิวเซียมสยามกับการโดนทำลาย ใครสนใจเชิญอ่านกันเลยครับ

edit @ 16 Jun 2008 19:32:27 by varu

อยู่ในช่วงพึ่งจะปิดเทอมของปอโทไปครับไฟยังแรงอยู่ไม่รู้ว่าจะไปเที่ยวไหนดีก็เลยหาอะไรจับบ้าบอตามเรื่องตามราว

ว่าแล้ววันนี้เลยขอเสนอกิจกรรมเสริมสร้างความรู้ด้านโปรแกรมเมอร์กันเล็กๆน้อยๆละกันโดยการหาความรู้เพิ่มรอบเอวละกัน(น่านจะฮาไปไหน)วันนี้แนะนำภาษารูบี้ครับ Ruby onRails นั่นเอง

ถามว่าแล้วรูบี้เป็นยังไงผมยกมาให้สักสองสามข้อละกัน

#  เป็นภาษาคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะเป็นโปรแกรมแปลภาษา (interpreter) เหมือนกับ Perl, Python,Java
# เป็นภาษา script object oriented เป็นภาษาที่มี Syntax ที่สั้น กระชับ ไม่ซับซ้อน
# Ruby มักมีรูปแบบ Syntax คล้ายกับภาษา Perl และ Python โดยรวมข้อดีของ Perl และ Python ไว้ มักมีผู้บอกว่าสิ่งไหนที่มีใน Perl แต่ไม่มีใน Python หรือสิ่งไหนที่มีใน Python แต่ไม่มีใน Perl มักจะพบอยู่ในภาษา Ruby 

ส่วนตัวใช้แล้วง่ายดีครับ

ก็เลยทิ้งลิงค์ที่น่าจะมีประโยชน์ไว้ให้ลองอ่านกันดูละกันเพื่อใครสนใจ

http://www.narisa.com/blog/sand/index.php?showentry=111 

http://wiki.nectec.or.th/giti/Knowledge/RubyOnRails 

http://www.ruby-lang.org/en/ 

 

แต่เพื่อบางคนอ่าน แล้วอยากจะลองหัดจริงจังดูบ้างแต่ขี้เกียจนั่งโหลดโปรแกรมผมเลยขอแนะนำตัวเทรนนิ่งของรูปบี้เอามาให้หัดเล่นกันดูครับเล่นผ่านหน้าเวบเนี้ยแหละแถมสโลแกนเป็นรูบี้ในสิบห้านาทีซะด้วยว่าแล้วลองเล่นกันโหลดๆๆๆ

http://tryruby.hobix.com/ 

อะวันนี้แนะนำกิจกรรมพาเพลินกันเท่านี้ก่อนละกันไว้จะกลับมาเขียนไรอีกในเร็ววันครับ 

ยอมรับว่าเชยโครตๆเลยคุณเอ้ยพึ่งจะรู้ว่าตอนนี้ NHK เขามีหน้าของประเทศไทยเราแล้วนะเนี้ย

เห็นแล้วนึกถึง bbc ภาคภาษาไทยเมื่อก่อนเลย

อันนี้จะนำเสนอข่าวสารจากญี่ปุ่นเรื่องหุ้นข้าวสารต่างๆและเทคโนโลยี

และที่ขาดไม่ได้ก็ต้องสอนภาษาญี่ปุ่น (ตามสูตรสำเร็จเลย)

ใครสนใจก็ตามนี้เลยครับเห็นแล้วชอบพอควร

http://www.nhk.or.jp/nhkworld/thai/top/index.html 

ส่วนหน้าสอนภาษาก็ลิงค์นี้เลยนะ

http://www.nhk.or.jp/lesson/thai/index.html