Mine

กุญแจที่ถูกลืม

posted on 28 Jun 2015 16:27 by varu in Mine
เคยมีอารมณ์แบบนี้กันมั้ย เกิดคำถามขึ้นในใจ นึกสงสัยขึ้นมาว่า
 
อีพวงกุญแจที่เราใช้งานอยู่ทุกๆวันนี้ ทำไมนะยิ่งนานนับวัน กุญแจมันถึงมีเพื่มมากขึ้นเรื่อยๆ
อย่างในรูปกุญแจ แค่ที่ใช้งานประจำที่อุตรดิตถ์เท่านั้นนะ ก็ไปแล้ว 8 ดอก ถ้าเอาที่กทม, ที่พิจิตร รวมเข้าไปด้วยก็คงมหาศาลกว่านี้ น่าจะถึง 20 ดอกได้...
 
กุญแจเยอะๆแบบนี้ อย่าถามว่าแต่ละดอกใช้อะไร พูดตรงๆเลยว่าจำไม่ได้ครับ
 
ในรูปตอนนี้มีมากกว่า 2 ดอกที่ผมนึกไม่ออกจริงๆว่านี่คือกุญแจอะไร และทำไมถึงมาแขวนติดไว้แบบนี้...
 
แก่แล้วซินะเราในบางครั้งเรามีกุญแจเพื่อป้องกันของหาย แต่บางทีเราก็อาจจะลืมไปแล้วก็ได้ว่า ของที่เราป้องกันไม่ให้มันหายไปนั้นมันคืออะไรหรือบางทีของสิ่งนั้นมันก็อาจจะยังอยู่
 
แต่ที่แน่ๆของสิ่งนั้น ได้หายไปจากความทรงจำเราแล้วก็ได้...

นานๆขอเขียนอะไรยาวๆลงให้อ่านกันหน่อยละกันนะครับ

ระหว่างที่ผมกำลังนั่งละเลียดละไมกินข้าวเย็นไปพร้อมกับนั่งกระดิกนิ้วอ่าน Timeline ชาวบ้านชาวช่องใน twitter ณ ร้านอาหารตามสั่งเล็กๆแห่งหนึ่งบนถนนหน้ามอราชภัฏอุตรดิต์ในขณะที่บรรยายกาศฝนตกน่าเบื่อน่าง่วงนอนเช่นนัก...

นั่งอ่านทวีิตเตอร์ไปใจก็บ่นพึมพำ บนนู้นบ่นนี้กับปัญหาการดำเนินชีวิตของชีวิตตัวเองไปแบบเลื่อยๆเอื่อยๆนั้นเอง

ผมก็พบเหตุการณ์บางสิ่งที่รู้สึกดีและอาจจะทำให้หยิบยกขึ้นมาเตือนสติตัวเองได้บ้างละมั้ง

เรื่องของเรื่องก็คือมีผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาในร้านอาหารตามสั่งในสภาพที่แบบว่าจะเรียกอย่างไงดีละ? ขอทานไม่เอาดีกว่าขอเรียกเป็นคนเร่ร่อนละกันเดินเข้ามาในร้าน

คำถามคุณคิดว่าเขาเข้ามาในร้านทำไมครับ? ฮั่นแน่คิดเหมือนผมเลยใช่มั้ยว่าเขาเข้ามาจะของานหรือขอเงินไม่ใช่เลยครับ

ชายเร่ร่อนเข้ามาสั่งข้าวกินนี้แหละครับ

เขาบอกกับแม่ค้าไปว่า เขามีเงินอยู่แค่ 10 บาทหาทั้งวันได้เพียงแค่นี้เองแถมวันนี้ฝนตกเปียกฝนหนาวมาก พอจะมีอะไรให้เขากินมั้ยที่กินอิ่ม

คำถามครับคุณคิดว่าคุณแม่ค้าจะตอบไปว่าอย่างไร? ฮั่นแน่คิดแง่ร้ายอีกแล้วละซิมันไม่ใช่แบบนั้นหรอกนะครับ

คุณแม่ค้าบอกว่าหาโต๊ะนั่งลงเลยเดียวหาข้าวให้กินเองเงินไม่ต้องหรอก...

แล้วแม่ค้าก็กลับไปทำข้าวไข่เจียวมาให้ชายเร่ร่อนคนนั้นกิน จานข้าวไข่เจียวเห็นแล้วมันอาจจะไปหนักข้าวหน่อยแต่ดูแล้วผมเชื่อเลยว่าอย่างน้อยข้าวร้อนๆจานนี้คงทำให้ชายคนนี้ได้อิ่มท้องไปได้เยอะเลยทีเดียวและที่แน่ๆมันคงไม่ใช่มูลค่า 10 บาทหรอกคุณแม่ค้าเขาคงให้มากไปกว่านั้นไปอีกเยอะเลย

ต้องบอกว่ามันเป็นภาพแม่ค้าท่านนั้นมอบอาหารให้แก่ชายเร่ร่อนทาน มันทำผมอึ้งๆจุกๆอยู่ในลำคอกันเลย ทำบุญถูกที่ถูกทางกับคนเดือดร้อนได้ดีมากๆเลย

เราเห็นปัญหาเรื่องของคนอื่นและการแก้ไขปัญหาของแม่ค้าและชายเร่ร่อน บางคนอ่านมาถึงตรงนี้คงแอบบ่นว่าแกจะอะไรก็แค่เรื่องของแม่ค้าทำอาหารฟรีเลี้ยงคนเร่ร่อนแค่นี้เอง...

แต่เชื่อมั้ยมันทำให้สะอึกในคอพอสมควรเลย อย่างน้อยผมที่นั่งละเลียดกินอยู่ก็นั่งกินเงียบๆพร้อมกับเก็บไอโฟนลงในกะเป๋า

มานั่งตึกตรองอยู่ในใจได้ว่า ระหว่างที่เราบนน้อยเนื้อต่ำใจกับโชคชะตาของตัวเองว่าเรามีเรื่องมากมายที่เดือดร้อนพร้อมปัญหาร้อยแปดพันเก้าล้านแปดแสนนั้นมันอาจจะเป็นเพียงเศษเสี้ยวของความเดือดร้อนของคนอื่นก็ได้

ระหว่างที่เราบ่นว่าเราจะซืื้อ iphone5 ดีหรือจะซื้อ andriod tablet ดี หรือบ่นว่าพรุ่งนี้เราจะใส่เสื้อผ้าอะไรไปทำงานดี เรื่องเงินเรื่องทองต่างๆมากมายนั่นแหละ

แต่ยังมีคนอีกเยอะแยะในโลกใบนี้ที่เขาแย่แสนแย่กว่าเราอีกมากมายที่เขาไม่มีแม้แต่ข้าวที่จะกินอิ่ม ไม่มีแม้ที่จะอยู่อุ่นๆไว้นอนหลับ...

แล้วเราละความเดือดร้อนของเรา? มันเล็กมากเลยนะออกจะดูไร้สาระไปด้วยซ้ำว่ามั้ยครับ...

หายหน้าไปหลายวันเพราะติดภาระกิจหางานทำเนี้ยแหละเลยยุ่งจนไม่ได้เขียนอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเท่าที่ควรจนโอกาสเหมาะก็กลับมาถยอยเขียนบล็อกอีกสักครั้ง
 
อะมาต่อกันนะครับถ้าคนที่เข้าบล็อกนี้ก็จะเห็น Adsense โฆษณาจากกูเกิ้ลเนี้ยแหละเอามาลงไว้
ซึ่งผมได้ประกาศไว้ตั้งแต่ พค.ปี 2009 นู้นแล้ว
 
เหตุการณ์ผ่านไปนานนับปีกล่าวยอดเงินผมก็ครบ 100$ เพิ่มจะได้เงินสดก้อนน้อยๆจากกูเกิ้ลแล้วครับ
(จากในรูปจะเห็นว่ากูเกิ้ลโอนเงินมาให้ตั้งแต่เดือนกุมพาแล้วไม่ต้องแปลกใจเพราะเจ้าของบล็อกดองเรื่องกล่าวจะจับมาเขียนลงบล็อกอะนะ)
ส่วนเงินที่ได้จากกูเกิ้ลเพื่อใครไม่รู้ก็เคยจะได้มาในรูปแบบของเชคจาก citibank แบบนี้ครับ(แน่นอนว่าเอาไปขึ้นเงินเรียบร้อยโรงเรียนบางมูลนากภูมิไปนานแล้ว)
 
 
หลักๆก็เป็นงานอดิเรกที่พอจะได้อะไรกลับมาบ้างละเนอะกับการเขียนบล็อก ระยะเวลา 1 ปี 6 เืดือนกว่าๆ กับเงิน 3229 บาทกว่าจะได้เงินนานขนาดนี้ถามว่าภูมิใจมั้ยก็ภูมิใจนะครับเพราะไม่ได้ไปทำไร โกงกูเกิ้ลอะไร SEO อะไรก็ไม่ได้ทำปล่อยเว็บไม่โตไปเองก็มานั่งๆคิดก็รู้สึกดีพอควร ก็คงไม่เหมาะแน่ๆถ้าคิดจะมาหารายได้จากการเขียนบล็อกอย่างเดียว...
 
โดยรวมก็อยากจะบอกครับใครเขียนบล็อกก็ลงพวกโฆษณาอะไรก็ได้มาจับใส่ในบล็อกเราบ้างก็ดีนะครับ ไม่ช้าไม่นานสักวันเราก็จะได้เงินจากมันเองแหละ ครับ เขียนเล่าเป็นแรงบันดาลใจกับใครสักคนที่อยากจะลองดูละกันเนอะ สู้ๆ
Cool

edit @ 12 Apr 2011 22:13:03 by varu

หายไปสองวันกว่าๆไปถ่ายรูปงานรับปริญญาญาติมาครับ
ที่ม.นเรศวร พิษณุโลก นั่นแหละ
ถ่ายรูปมาหกเจ็ดปีแล้ว
ปีนี้ก็ยังมาถ่าย ว่าแล้วก็ขอเก็บตกรูปกันเล็กๆน้อยๆ นะพี่น้อง
 
อันนี้ญาติผมเองขอสักรูปนึงละกัน
 
 
ส่วนใหญ่แล้วเรามางานรับปริญญาเราก็มาถ่ายรูปบัณฑิตกันใช่ปะ
แต่ผมคงไม่เอารูปมาลงหรอก
ก็เอาเป็นว่าลงรูปแค่ที่ไม่ใช่ดีกว่า ขอเป็นดอกไม้ในงานละกันนะ
 
 
 
 
กลับมาแล้วครับมิตรรักแฟนบล็อกทุกท่าน...หายกันไปนานเป็นเดือนเลยพอดีติดภาระกิจชีวิตยุ่งๆพอสมควรเลย
ไปบวชมาครับ บวชไปสิบกว่าวัน สึกมาก็หลายวันแล้วแต่ยังไม่ว่างมาเขียนบล็อกเลยจนวันนี้ว่างพอจะมีโอกาสก้เลยมาเขียนถึงบล็อกกันสักหน่อยนึงเพื่อมิตรรักที่ตามอ่านจะได้รู้ว่าไปไหนมา
ก่อนอื่นเชิญทัศนารูปที่สมัยเป้นพระกันเล็กน้อยๆ
 
เกิดมาก็ไม่เคยโกนหัว นี้แหละมั้งครั้งแรกเลยCool
จริงๆใครที่ตามอ่านผมในทวิตเตอร์ก็น่าจะรู้อยู่แล้วเนอะ
เอาเป็นว่าเอ็นทรี่นี้ตั้งใจเขียนหลังจากที่ไปบวชสึกกลับมา
ทีแรกก็อยากจะเขียนหลังจากสึกเลยนะแต่มันมีเรื่องเขียนเยอะมากๆๆๆๆๆ
 
จะไม่เยอะได้ไงก็เราเปลี่ยนจากฆารวาชไปทำตัวเป็นสมมติสงฆ์อยู่หลายวันมันก็มีอะไรที่เขียนถึงมากมายละเนอะ
 
วันนี้มีโอกาสก็ขอเขียนถึงหน่อยละกันนิดๆแบบสรุปๆ
 
บวชไปทำไม?
ตอนที่เราบวชๆกันแบบว่าอายุครบ 20 ปี เราก็บวชให้พ่อให้แม่ตอบแทนบุญคุณที่ท่านได้เลี้ยงดูเรามาอะไรแบบนี้ ซึ่งมันก็ดีนะ(ผมก็บวชแบบนี้เหมือนกัน) แต่มันก็อย่างว่าบวชกันตามประเพณีมันไม่ได้แบบว่าศรัทธาในศาสนาจนแบบว่าโอ้ยจะเป็นพระไม่สึกแล้วนะมันก็ไม่ใช่ ทุกวันนี้เราบวชพระกันตามประเพณีซะมากกว่าบวชสิบยี่สิบวันก็พอแล้ว คงหาไม่ได้แล้วมั้งที่บวชกันเพื่อเอาพรรษา
เราบวชตามประเพณีมากกว่าบวชเพื่อสืบทอดศาสนา...
 
 
เราบวชในระยะเวลาที่มันสั้นๆเราตั้งต้นกันแล้วว่าอยู่ไม่นานแบบนี้แล้วเคยคิดมั้ยครับศาสนาจะเป็นยังไง เชื่อมั้ยว่าวัดที่ไปบวช เมื่อก่อนมีพระจำพรรษาอยู่ที่ 50 กว่ารูปแต่จะเชื่อมั้ยว่าทุกวันนี้เหลือไม่ถึง 20 รูปแล้ว พระเหลือน้อยลงทุกวันเลย จะมีมั้ยนะที่อยากบวชพระแล้วอยู่นานๆ
(ผมบวชมาแล้วยังทำไมไ่ด้เลย...เห้อ)
 
บวชเสร็จแล้วสึกมาแล้วได้อะไรออกมาบ้าง?
บางคนอาจจะได้เงินออกมา
บางคนอาจจะได้บทสวดมนต์อะไรตามมา
บางคนอาจจะได้บาปมากกว่าได้บุญ
บางคนอาจจะได้ความรู้สึกเกี่ยวกับศาสนาที่ไม่เหมือนเดิม
ไม่รู้ซินะแต่สำหรับผมบวชสึกออกมาแ้ล้วผมรู้สึกว่าผมอยากทำบุญ อยากช่วยเหลือคนมากกว่าเมื่อก่อนมากๆ
รู้สึกว่าเราไม่อยากเห็นแก่ตัวอยากช่วยเหลือคนที่มากกว่าแต่ก่อนและตั้งใจว่าจะทำบุญมากขึ้น(เชื่อมั้ยตั้งแต่เกิดมาทุกวันพระถ้าไม่มีใครชวนผมไปทำบุญ ก็ไม่คิดจะเข้าวัดเลย แต่เดียวนี้เป็นไปได้ก็อยากไปทำบุญเข้าวัดมากกว่าแต่ก่อน)
 
 
สรุปว่าครั้งนึงนะครับชายไทยทุกคนที่มีโอกาสที่ดีบวชเถอะครับเพราะอย่างน้อยวันที่คุณบวชพระวันนั้นจะมีคนอยู่สองคนที่ดีใจที่สุด...แบบนี้...
 
 
 
บวชนี้แด่คุณพ่อชำนาญและคุณแม่ปราณี
 
สวัสดีทุกท่านครับ