New

ตั๊กแตนสีชมพู

posted on 10 Aug 2010 08:59 by varu in New

เห้อออยุ่งเหลือเกิน ขออัพเดทบล็อกกันนิดๆละกันเนอะ

เอาเป็นว่าไปเจอข่าวนี้มา เห็นแล้วก็แอบโรแมนติกดีจังเลยขออนุญาติเอามาลงให้อ่านกันนิดนึงกับเจ้าตั๊กแตนสีชมพูว่าแต่เมืองไทยจะมีแบบนี้บ้างมั้ยน้าาา

ตั๊กแตนสีชมพูสุดโรแมนติกแบบนี้ชาวนาคงไม่อินเลิฟด้วยแน่ๆถ้าบุกมากินข้าวชาวนา

ไปละ


pink grasshopper
Uploaded by berryzb. - See video of the biggest web video personalities.

เมื่อเช้าจริงๆก็ตั้งแต่เมื่อคืนละอ่านข่าวจากมติชน, จนเช้าวันนี้ข่าวก็มาลงไทยรัฐเข้าจนได้ แสดงว่าเป็นดิวที่ใหญ่พอสมควรเลย ผมเห็นแล้วมันมีอะไรน่าสนใจดี

http://www.thairath.co.th/content/tech/93279

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1277981793&grpid=&catid=05

อย่าว่าอย่างั้นอย่างงี้เชิญอ่านเนื้อหาของข่าวกันก่อน

เสนอนวัตกรรมไร้สาย พัฒนาศักยภาพงานและการติดต่อ หวังเปิดมิติใหม่อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ ยกระดับการแข่งขัน พร้อมเสริมภาพลักษณ์องค์กร...

วานนี้ (1 ก.ค.) นายวิเชียร เมฆตระการ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส เปิดเผยว่า จากแนวคิด Ecosystem หรือ ระบบนิเวศน์แห่งโลกสื่อสาร บริษัทฯ มุ่งมั่นพัฒนาเครือข่ายและนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์พันธมิตรทางธุรกิจแต่ละอุตสาหกรรม โดยมีเทคโนโลยีไร้สายเป็นตัวกลางเชื่อมโยง ล่าสุด บริษัทฯ ได้รับความไว้วางใจจาก บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) เลือกใช้บริการเอไอเอส แบล็คเบอร์รี่ ด้วยจุดเด่นด้านเครือข่าย พุชเมล์ และโซลูชันทางธุรกิจ สำหรับเสริมศักยภาพและลดอุปสรรคในการเชื่อมต่อระหว่างบุคลากรและคู่ค้าทั่ว ประเทศ ทั้งยังยกระดับความสามารถทางการแข่งขันและเสริมภาพลักษณ์ขององค์กรให้เทียบ เท่าระดับสากลอีกด้วย

นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทฯ มุ่งพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด โดยไม่ได้มุ่งหวังเพียงผลประโยชน์ตอบแทนทางธุรกิจ แต่ยังมุ่งเน้นการคืนกำไรสู่สังคม ท้องถิ่น และการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยนำเทคโนโลยีใหม่มาปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ รวมถึงกระบวนการผลิต อาทิ การวิจัยค้นคว้าผลิตภัณฑ์ปูนซีเมนต์และคอนกรีตผสมเสร็จให้สอดคล้องกับความ ต้องการและเหมาะสมกับการใช้งานเฉพาะด้าน การค้นคว้าผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกเกรดใหม่ที่ล้ำสมัย และการพัฒนากระบวนการผลิตที่ทันสมัย ควบคู่การประหยัดพลังงาน

ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ทีพีไอ โพลีน กล่าวต่อว่า เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้มีศักยภาพในการแข่งขันและเติบโตอย่างมั่นคง บริษัทฯ จึงเลือกใช้เทคโนโลยีสื่อสารจากเอไอเอส เพื่อเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริหารระดับสูง พนักงานระดับต่างๆ รวมถึงลูกค้า ให้สามารถติดต่อส่งข่าวสารถึงกันได้อย่างไม่จำกัดและสะดวกรวดเร็ว ทั้งยังสามารถประยุกต์ใช้หรือนำเสนอข้อมูลแบบประมวลผลเป็น Business Intelligence (BI) ผ่านตัวเครื่องแบล็คเบอร์รี่ได้โดยไม่ต้องผ่านอุปกรณ์อื่น

ทั้งนี้ บริการจากเอไอเอส แบล็คเบอรี่ ที่พัฒนาเพื่อบมจ.ทีพีไอ โพลีน ได้แก่ 1.เอไอเอส แบล็คเบอร์รี่ เมสเซ็นเจอร์ (BB Chat) การ Broadcast ข้อความจากส่วนกลางไปยังตัวแทนจัดจำหน่ายทั่วประเทศ ทำให้สามารถสื่อสารข้อมูลสำคัญ ข่าวสาร และสิทธิพิเศษได้เรียลไทม์ 2.เอไอเอส แบล็คเบอร์รี่ Push Email พร้อมฟังก์ชันการทำงานครบถ้วน อาทิ Contact , Calendar ทำให้บุคลากรของทีพีไอ โพลีนสามารถติดต่อและประสานงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ 3.เอไอเอส แบล็คเบอร์รี่ กูเกิ้ล ละติจูด เพื่อติดตามและมอบความช่วยเหลือให้พนักงานขายทั่วประเทศ

 

 อ่านจบแล้วก็คงมีคนถามว่าแล้วไง?

 ก็แค่ดิวธุรกิจแต่มันมีอะไรที่แอบ insider กันด้วยอะ

แต่ถ้าใครติดตามการเมืองกันมาบ้างคงจะพอจำกันได้ว่าพี่ ประชัย เลี่ยวไพรัตน์ครั้งนึงเขาเป็นผู้สนับสนุนใหญ่มากอย่างเป็นทางการให้กับกลุ่มพธม.ในการล้มพี่ทักษิณ ซึ่งแน่ๆก็รู้กันดีกว่าพี่ทักษิณเขาก็เป็นอะไรกับ ais กันใช่ป่ะ?

คำถามก็คือจากที่เกลียดกันจะตายห่าจะไม่เผาผีกันอยู่แล้วทำไมวันนี้พี่สองคน TPI & AIS  ถึงมาจับมือกันได้ล่ะครับ

เขาจะตกลงอะไรกันยังไงช่างหัวเขาแต่ที่แน่ๆตอนนี้ ผมเห็นแล้วก็ประทับใจจริงๆกับสัจธรรมของโลกเบี้ยวๆใบนี้เลยไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวรซินะเนี้ย?

เวลาเปลี่ยนความคิดคนมันก็เปลี่ยนกันได้ละมั้ง?

ไปละหวัดดีโชคดีทุกท่านครับ

 

Tags: ais, tpi 0 Comments

ไปเจอข่าวนี้มาเห็นแล้วน่าสนใจดีเลยเอามาลงให้อ่านกันครับ

ที่มา http://www.voicetv.co.th/content/15548/

 

กรมการข้าวโชว์งาน วิจัย ‘ข้าวไม่ต้องหุง’ เผยแค่แช่20นาทีก็ทานได้ ประหยัดพลังงาน-ใช้อุปกรณ์น้อย เหมาะกับนักเดินทางชั่วโมงเร่งรีบ

นางสำลี บุญญาวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า กรมการข้าวโดยศูนย์วิจัยข้าวเชียงใหม่ ได้ดำเนินการศึกษาพัฒนาผลิตภัณฑ์จากข้าว โดยใช้ข้าวเปลือก 4 พันธุ์ ได้แก่ ขาวดอกมะลิ105 กข39 ข้าวหลวงสันป่าตอง และขาหนี่ ภายใต้กระบวนการแปรรูปเป็นข้าวนึ่งที่ทำให้สุกด้วยไอน้ำ ลดความชื้น และนำไปสีให้เป็นข้าวสาร

เมื่อต้องการบริโภคจะนำมาทำให้คืนตัวเป็นข้าวสุกพร้อมบริโภคเรียกว่า ข้าวไม่ต้องหุง ซึ่งเหมาะสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวก รวดเร็วในการบริโภคข้าว เนื่องจากสามารถพกพาติดตัวไปในสถานที่ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี อาทิ นักเดินป่า หรือกรณีรถติดบนถนนเป็นเวลานานๆ เพราะใช้อุปกรณ์การหุงน้อยชิ้นและที่สำคัญประหยัดพลังงานในการทำให้สุกด้วย

รองอธิบดีกรมการข้าว กล่าวเพิ่มเติมว่า วิธีการบริโภคข้าวไม่ต้องหุง ไม่มีความยุ่งยากแถมยังสะดวกและรวดเร็วอีกด้วย เพียงแค่แช่น้ำร้อนที่มีอุณหภูมิ 100 องศาเซลเชียส หรือน้ำเดือดอัตราข้าว 1 ส่วนต่อน้ำ 1 ส่วน หรือมากกว่าเล็กน้อย แต่ไม่ควรเกิน 1.5 ส่วน ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที ผู้บริโภคสามารถนำไปรับประทานได้ทันที เหมือนกับข้าวสุกที่ผ่านวิธีการหุงตามปกติ แต่หากไม่มีน้ำร้อนสามารถแช่ในน้ำเย็นอุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียสได้โดยต้องแช่น้ำทิ้งไว้นาน 45 นาทีสามารถรับประทานได้เช่นกัน

นางสำลี กล่าว หากผู้บริโภคที่ไม่มีความคุ้นเคยในการบริโภคข้าวไม่ต้องหุงที่ใช้วิธีการแช่ น้ำ เพราะข้าวจะมีลักษณะร่วน ผู้บริโภคยังสามารถนำข้าวไม่ต้องหุงนี้ มาหุงด้วยหม้อหุงข้าวไฟฟ้าในอัตราข้าว 1 ส่วนต่อน้ำ 1.25 ส่วน ใช้เวลา 15 นาทีซึ่งจะได้ข้าวสุกที่มีความนุ่มเช่นเดียวกับข้าวสุกทั่วไป

ผมเชื่อว่าหลายคนอ่านข่าวนี้จบแล้วก็คงอยากลองกินแบบผมใช่ปะ?

 

 ขอปิดท้ายเอ็นทรี่นี้ด้วยโฆษณาแพนทีนของคนไทยที่เราไม่เคยดู

"เป็นเป็ดมันบินไม่ได้นะ"

ดูแล้วจะซึ้งน้ำตาชึมกันได้ง่ายๆ

 

อยากบอกว่างานนี้แอปเปิ้ลคงมีอึ้งกันบ้าง เพราะ Ipad ตัวจริงยังไม่วางขายเลย

แต่พี่จีนทำของก็อปออกมาขายตัดหน้าของแท้กันซะงั้น

สำหรับที่มาของข่าว pdamobiz http://pdamobiz.com/forum/forum_posts.asp?TID=289840&PN=1

คอมพิวเตอร์แท็บเล็ตยี่ห้อ TESO ซึ่ง Spec ที่หลุดออกมายั่วยวนเงินในกระปุกมาก

.......
Os : Windows 7
Screen : 10.1 นิ้ว (ใหญ่กว่า iPad ที่มีขนาด 9.7 นิ้ว) ขนาด 1024 x 600 พิกเซล และทำงานด้วยระบบสัมผัสแบบ Capacitive multi-touch screen
CPU : low-power Intel Atom N450 1.66GHz
RAM : 1 Slot DDR2 1GB (up to 2GB)
HDD : 2.5" SATA 320 GB
USB : 3 Port USB 2.0
Features
 - G-Sensor
 - GPS
 - 3G : Yes
 - WiFi : 802.11B/G
 - bluetooth : ไม่ได้แจ้ง
Video Output : tranfer cable
 - VGA
 - HDMI
Card Reader: 4 in 1
Audio : Microphone + HeadPhone Jack น่าจะ 3.5 mm
Camera : ตอนนี้ยังไม่มี
Battery : LION 3000mAh
สัดส่วน : กว้าง 15 ยาว 29 หนา 2 ซ.ม. หนัก 1.2 กิโลกรัม
ราคา  : ไม่ได้แจ้ง

 ส่วนอันล่างก็รูปจ๊ะ

เขาใช้ windows7 เป็น os งานนี้คงทำงานอะไรได้มากกว่า ipad ตัวจริงแน่ๆ

ถ้าราคาไม่แพงมากนี้อาจจะได้เกิดก็ได้นะ

สรุปข่าววันนี้ขอยืนยันคำกล่าวที่ว่าคนจีนทำได้ทุกอย่างจริงๆแม้ของที่ยังไม่ว่างขาย...

ไปละสวัสดี

edit @ 5 Mar 2010 09:50:33 by varu

วิกฤตดาวเทียมไทย thaicom2

posted on 04 Mar 2010 22:22 by varu in New

คิดอยู่นานว่าจะเขียนเรื่องนี้ดีมั้ยกลัวจะโดนโยงไปเรื่องการเมืองอีก

แต่เอ็นทรี่ในไม่ได้เกี่ยวกับการเมืองเลยนะ

พูดถึงวิกฤตดาวเทียมไทยที่มีมีผลต่อคนที่ดูดาวเทียมแบบ c band หรือจานดำกันนิดนึง

เพราะอีกไม่นานคนที่ดูช่องต่างๆบนดาวเทียม thaicom 2 กำลังจะดูไม่ได้แล้วเพราะดาวเทียมไทยคม2 กำลังจะหมดอายุ

พูดเกิ่นนำมาแล้วก็ต้องท้าวความถึงดาวเทียมของคนไทยกันสักหน่อย

อ้างอิงจากวิกิ http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B8%A1

 ในที่นี้ขอพูดถึงเฉพาะดาวเทียมที่ไว้ถ่ายทอดสัญญาณทีวีนะจ๊ะนั่นก็คือดวงนี้

ไทยคม 2

Thaicom1.jpg

ดาวเทียมดวงที่สองของประเทศไทย เป็นดาวเทียมรุ่น HS-376 เช่นเดียวกับ ไทยคม 1A โคจรบริเวณพิกัดที่ 78.5 องศาตะวันออก ส่งขึ้นสู่วงโคจรเมื่อ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2537 มีอายุการใช้งานประมาณ 15 ปี (ถึง พ.ศ. 2552)

ไทยคม 3

Thaicom3.jpg

ไทยคม 3 เป็นดาวเทียมรุ่น Aerospatiale SpaceBus 3000A โคจรบริเวณพิกัดเดียวกับ ไทยคม 2 คือ 78.5 องศาตะวันออก มีพื้นที่การให้บริการ (footprint) ครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 4 ทวีป สามารถให้บริการในเอเซีย ยุโรป ออสเตรเลีย และแอฟริกา และถ่ายทอดสัญญาณโทรทัศน์ตรงถึงที่พักอาศัยหรือ Direct-to-Home (DTH) ในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ส่งขึ้นสู่วงโคจรเมื่อ 16 เมษายน พ.ศ. 2540 มีอายุการใช้งานประมาณ 14 ปี แต่ปลดระวางไปเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2549 เนื่องจากมีปัญหาเรื่องระบบไฟฟ้า

 ซึ่งคุณเห็นอะไรมั้ยมันดาวเทียมมันกำลังจะหมดอายุการใช้งานแถมดาวเทียม thaicom3 ที่จะเป็นพระเอกตัวตายตัวแทนต่อจาก 2 การมีอันเป็นไปอีก

พระเอกของเราตัวใหม่ก็คือ

ไทยคม 5 เป็นดาวเทียมรุ่น Aerospatiale SpaceBus 3000A (รุ่นเดียวกับไทยคม 3) สร้างโดย Alcatel Alenia Space ประเทศฝรั่งเศส มีน้ำหนัก 2800 กิโลกรัม มีพื้นที่การให้บริการครอบคลุมพื้นที่ 4 ทวีป ใช้เป็นดาวเทียมสำหรับการถ่ายทอดสัญญาณโทรทัศน์ตรงถึงที่พักอาศัยหรือ Direct-to-Home (DTH) และการถ่ายทอดสัญญาณโทรทัศน์ดิจิตอลความละเอียดสูง (High Definition TV) ส่งขึ้นสู่วงโคจรเมื่อ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 เพื่อทดแทนไทยคม 3

 คือจริงๆแล้วบริษัทไทยคมเขาก็ได้เตรียมพร้อมเรื่องดาวเทียมหมดอายุมานานละเอาเป็นว่าถ้าถึงวันเลิกใช้งานดาวเทียมไทยคม2 ไทยคม5ก็ใช้งานต่อได้เลย เพราะตำแหน่งดาวเทียมมันตำแหน่งเดียวกันนั่นแหละ

คนใช้งานดาวเทียมก็ไม่ต้องไปหันหมุนจานหาสัญญาณกันใหม่อย่างมากก็ปรับ scan ช่องใหม่ที่ reciver เท่านั้นก็ดูต่อได้ละแต่ทำไมผมถึงพูดว่าเป็นวิกฤตการล่ะ?

ก็เพราะว่าช่องดาวเทียมของสถานีโทรทัศน์หลักของชาติไทยเราไม่ว่าจะเป็น 3 5 7 9 nbt tpbs ก็พี่แกเล่นถ่ายทอดสัญณาณผ่าน thaicom2 กันทั้งนั้นแถมไม่มีวี่แววว่าจะเตรียมพร้อมไปหันไปใช้งานดาวเทียม thaicom5 กันเลย

ยิ่งข่าวลือที่หลุดออกมาคือช่อง7 เทคโนโลยีที่ใช้ถ่ายทอดสัณญาณก็ไม่ลองรับกับ thaicom5 อีกตะหากที่น่ากลัวที่สุดก็คือถ้าถึงปลายเดือนพค.ถึงวันที่ดาวเทียมthaicom2 หมดอายุขึ้นมาจริงๆ

คนที่ดาวเทียมกันก็อาจจะไม่ได้ดูช่อง 3 5 7 9 nbt tpbs อีกแล้วก็ได้ ถ้าช่องเหล่านี้ยังไม่เตรียมพร้อมย้ายการถ่ายทอดไปดาวเทียมดวงอื่น...

เอาเป็นว่าบ้านใครติดดาวเทียมช่วงนี้ก็ติดตามดูข่าวเรื่องนี้บ้างนะ ครับเดียวถึงช่วงนั้นจริงๆอาจจะตกใจว่าอ้าวทำไมดูไม่ได้.