ทีแรกตั้งใจจะไม่เขียนเรื่องนี้แล้วเห็นหลายๆคนก็จับไปเขียนกันเยอะแยะแล้ว

แต่มันก็อดไม่ได้จริงๆ

จากกรณีที่ คุณชูวิทย์ได้ทำการกระทืบคุณวิศาลไปเมื่อวาน

ใครไม่ทราบเรื่องติดตามอ่านข่าวจากเอ็นทรี่พี่โก๋เลยครับ

จากเรื่องนี้ทั้งหมดผมมองว่ามันก็คือได้อารมณ์ดูโดราเอมอนทางความคิดนั่นแหละ

คุณชูวิทย์ก็เปรียบเสมือนไจแอนท์

และคุณวิศาลก็เสมือนโนบีตะ

 

ลองหลับตานึกภาพ ไจแอนท์และโนบีตะคุยกันจะเกิดอะไรขึ้นล่ะถ้า...

โนบีตะไปกวนประสาทไจแอนท์...

กวนบ่อยๆกวนถี่ๆ...

ไจแอนท์ ไม่พอใจที่โนบีตะกวนประสาทเลยลงโทษโนบีตะโดยการไปต่อยโนบีตะ

ถามว่าใช้กำลังผิดมั้ย ผิดซิ ในโดราเอมอนเรามักจะได้เห็นว่าการใช้กำลังของไจแอนท์มักจะจบไม่สวยอยู่เสมอ

ถามว่าถูกมั้ยก็ไม่ถูก แต่ถามว่าสมควรมั้ย? อันนี้ก็ตอบยากนะแต่ที่แน่ๆ


ล่าสุดโนบีตะจะไปฟ้องโดราเอมอนแล้ว (ฟ้องศาล,และฟ้องหมิ่นประมาทด้วย)

ความรู้สึกส่วนตัวผมมองไม่ต่างอะไรกับเด็กที่โดนเพื่อนแกล้งแล้วร้องไห้ไปฟ้องครูเลย 

มองดูแล้วก็ตลกดีทีเดียว

โนบีตะก็ยังคงทำตัวขี้แยเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง...และดูเหมือนว่าจะยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองก็ทำผิดอะไรอยู่ด้วย...

ส่วนไจแอนท์ผมว่าเขาแมนดีนะถึงรู้ตัวว่าทำผิดอะไรก็ออกมายอมรับกันตรงๆ

ส่งท้าย กับผลโหวตจากเว็บพันทิป

"วิศาล" ทำหน้าที่ของสื่อมวลชนที่ดีและเป็นกลาง เห็นด้วยหรือไม่?

ดูกันเอาละกันว่าคนอื่นเขาคิดกันยังไง

http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A7056742/A7056742.html

งานนี้ก็ตรงดูกันล่ะว่าคนกรุงเทพจะลงโทษหรือให้อภัยกับชูวิทย์มากน้อยแค่ไหน?

ออกตัวก่อนว่าไปเที่ยวสองงานนี้แบบไม่ได้ตั้งใจไปถ่ายรูปมาลงบล็อคหรอกแบบว่าตั้งใจไปดูคอนโดกะมือถือจริงๆ ภาพที่ถ่ายมาก็ก็จาก se k750 ตัวเก่าอีกตามเคย(ถ่ายมาไม่สวยขออภัยด้วยนะจ๊ะ) เรื่องของเรื่องก็คือเห็นว่างานมันจัดตรงกันเนี้ยแหละไปครั้งเดียวได้สองงานเลยออกแนวคุ้มว่างั้นเหอะ(ทั้งสองงานจัดที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์)

อะว่าแล้วก็พาเที่ยวงานเลย

คือภาพทั้งหมดเนี้ยคือเมื่อวานวันที่ 2 ตค.นะจ๊ะ

อะมาถึงแล้วก็ขอไปดูงาน mobile expo ก่อนเลยไม่รู้วัาที่ผมมาเนี้ยวันแรกหรือเปล่าแบบคนไม่เยอะเลยคือถ้าถามว่าสองงานแล้วเนี้ยคนเดินงานไหนเยอะกว่ากันก็ต้องบอกว่างาน mobile expo เนี้ยแหละคนเดินมากสุด

อันนี้แผนผังในงานครับ

คือมีเรื่องนิดหน่อยตอนที่ผมแบบ slr ไปถ่ายตามงานพวกนี้ ตอนที่ผมหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายอะไรก็มักจะมีแต่คนหลบๆให้แต่พอมาใช้กล้องมือถือนี่คนละเรื่องเลยมีแต่คนเดินไม่หลบเลย...ถ่ายยากพอควร

มาในงานก็ยังมีบูท apacer มาขายเม็ม ก็เลยถ่ายราคาเม็มมาให้ชมกันนิดนึง

ส่วนอันนี้บูท HTC คือจริงๆผมตั้งใจมาดูบูทของ HTC มากเลยนะแต่แบบบูทไม่ค่อยลงทุนเท่าไรเลยสังเกตุว่าตัวบูทใช้ป้ายผ้าไวนิวมาทำ

(อย่างว่าเศรษฐกิจแบบนี้ด้วยจะอะไรนักหนา)

คือผมมองว่างานนี้มันไม่ค่อยจะมีอะไรใหม่เลยมือถือส่วนใหญ่ที่มาส่วนใหญ่ก็จะเป็น window mobile ซะมากเลย กองทัพจาก htc,mwg,asus และก็พวก x1 จาก se ไม่ก็โอมเนียอะไรงี้

ส่วนถ้าไม่ใช่ก็จะพวกมือถือจีนเอามาติดแบรนด์ตัวเองแล้วขายโดยมีจุดขายที่ถูกกะดูทีวีได้มากกว่า

และที่สำคัญผมว่างานนี้เขาหวงเครื่องยังไงชอบกลคือแบบไม่มีมือถือให้ได้ลองเล่นเลยที่ตั้งโชว์ก็เครื่องโชว์ทั้งนั้นเลยออกแนวว่าไม่ให้คนซื้อได้ลองเล่นตัวจริงก่อนเลยหรือไง...

 ว่าแล้วมาดูร้านขายของแปลกๆในงานหน่อยละกัน ที่ผมว่าแปลกสุดคือร้านขายกางเกงยีน(ร้านติดกับบูทของโนเกียเลยทีเดียว)ไม่รู้ว่าพี่คนขายคิดไงมาเปิดคนมาซื้อมือถือเขาจะมีอารมณ์มือซื้อกางเกงด้วยเหรือครับอะอันนี้อยากรู้จริงๆ(ภาพประกอบไม่ค่อยจะชัดอะครับระหว่างถ่ายมีแต่คนเดินผ่าน)

มาที่อุปกรณ์ที่น่าสนใจกันบ้าง Booth car phoneเอาไว้ติดรถยนต์ราคาถูกด้วย

 ส่วนพวกนี้ก็โปรต่างๆอันนี้จากบูท lg ซื้อkc 550 วันนี้แถวพรินเตอร์แคนนอล กันเลย

ส่วนอันนี้ของบูท i mobile เขามือถือหมดประกันแล้ว(แต่มือหนึ่งนะ)มาขายลดกันบ้างรุ่น 50% กันเลยทีเดียว

ตัวที่แนะนำก็คือ se w910i ลดราคา 50%แต่เสียดายที่ตอนที่ไปของหมดแล้วแต่เห็นคนขายบอกว่าจะเอามาขายอีกวันนี้อะครับ

ส่วนอันนี้ราคาจากบูท phone one s501 ยังคงแถมs101  อยู่แต่ไม่ลด 50%เหมือนเดือนก่อนที่ผมเอามาใช้อีกแล้วนะครับงานนี้ขายกันอยู่ที่ 11,000บาท

อะมาในส่วนของไฮไลท์ในงานเลยละกันนั่นก็คือการเปิดตัว Sony Ericsson Xperia1 คนแบบต่อคิวลองเล่นกันเยอะมากมาย อะว่าแล้วหลังจากต่อคิวจนได้เล่นสมใจก็เลยขอเอาภาพมาให้ลงกัน

 งานนี้ใครสนใจจองเครื่องได้เลยจ่ายสามพันมัดจำแถมหูฟังบูททูต stero ไปเลยหนึ่งอันราคาทั้งหมดก็ 29000 บาทจ๊ะกับ x1

ก่อนหน้านี้ผมไปอ่านรีวิวจากเว็บ http://www.mrpalm.com/ เห็นเขาบอกว่าไวปรูดปร๊าดเลย...

ผมใช้จริงแล้วขอโทษเหอะไม่เชื่อเว็บนี้แล้วเวลาที่ใช้ flow ก็มีกะตุตตลอดแค่หมุนหน้าจอก็กะตุกแล้ว...

โครตผิดหวังเลยพี่ผู้ชายที่ดูผมเล่นยังบ่นเลยว่าโอมเนียดีกว่าอีก...

ถามผมว่าข้อดีของ x1 คืออะไรก็ต้องบอกว่าดีที่จอเนี้ยแหละสวยโครตๆเลย

แต่ก็ต้องแรกมาด้วยกับน้ำหนักที่มากพอตัวด้วยนะ

งานนี้ไปดูทั้งงานก็ได้แต่ดูไม่ได้ซื้ออะไรเลย...(จากใจไปเดินเล่นมาบุญคลองยังแฮปปี้กว่าเลย)

เห้อเหนื่อยเลยต่ออีกงานหน่อยละกันนั้นก็คือ

งานบ้านและคอนโดนั่นเองจริงๆคือตั้งใจมางานนี้มากกว่าอีก

 งานนี้มีแสดงตลกด้วยก็เฮฮากันดีอามรณ์นี่ผิดกับงาน mobile expo กันเลย

ส่วนเนื้อหาภายในงานบ้านและคอนโดอันนี้ขอโทษจริงๆครับไม่ได้ถ่ายมาเลย,เดินขอแต่เอกสาร อย่างเดียวเลย

แต่ที่เด็ดที่สุดในงานขอยกให้กับบูทของธนาคารกสินกรไทยเลย

งานนี้เขาแจกป็อปคอนด้วยล่ะ

อย่างที่บอกไปว่างานนี้บ้านและคอนโดคนเดินน้อยกว่างานมือถือเยอะอยู่แล้วแน่นอนป็อปคอนเหลือเพียบเลยทีเดียวเมื่อวานไปถึงก็เย็นแล้วเดินงานอย่างเดียวไม่ได้กินอะไรเลยก็ได้ป็อบคอนกสิกรไทยเนี้ยแหละช่วยชีวีต...

 อะสุดท้ายละฝากภาพขาประจำพริตตี้หน่อยละกันอย่างน้องปูเป้(เจอทุกงานเลย)มีตากล้องแอบหื่นถ่ายกันใหญ่เลย

ส่วนผมไม่ได้เอา slr ไปก็ถ่ายเอาขำๆมาฝากละกัน... (ขออภัยภาพถ่ายมาเบลออีกแล้ว)

เรื่องมันเกิดจากว่าไปเข้าเซเว่นแถวบ้านเข้ามาตั้งแต่เด็กคนขายกะเราก็เลยพอจะรู้จักเห็นหน้ากันมานานว่างั้นเหอะ

แต่พอวันนี้เข้าไปแล้วดันใส่แว่นตาเข้าไปด้วย(ซึ่ง ปกติผมก็มักจะใส่แว่นตาเวลาอ่านเขียนอะไรอยู่แล้วแต่มักจะไม่ใส่ตลอดเพราะรู้สึกว่ามันไม่เท่ ว่างั้นเหอะ)

พอใส่เเว่นตาเข้าเซเว่นไปเป็นเรื่องเลย

เจอป้าคนขายทักเลย

"ต๊ายคุณน้องเดียวนี้ใส่แว่นแล้วเหรอค้า"

เราก็ตอบไป "เออ ครับใส่แล้วครับ"

(ซึ้งจริงๆผมก็ใส่แว่นตามาเป็นสิบปีแล้วด้วยซ้ำ)

พอเจอแบบนี้ป้าคนขายเอาใหญ่เลย

"เนี้ยแสดงว่ากินเผ็ดล่ะซิเนี้ย" "กินเผ็ดมากๆตาเลยเสียอะซิเนี้ย! ดูอย่างป้าซิกินจืด อายุจะ40 แล้วยังไม่ต้องใส่แว่นเลย...บลา บลา"

เราก็อ้าวกินเผ็ดแล้วตาเสียด้วยเหรอ...มันเกี่ยวกันด้วยรึไง

มันก็เลยมาเป็นคำถามว่านอกจากการใช้สายตาแบบผิดๆแล้วเนี้ย มันยังจะทำให้ตาเสียด้วยรึไง...

คือที่ผมใส่แว่นเนี้ยก็เพราะตอนเด็กนอนตะแคงดูการ์ตูนตาก็เลยเอียงและตาสั้นนั่นเองและอยากบอกว่าผมเป็นคนกินเผ็ดไม่ได้ด้วยอีกตะหาก...

เห้อว่าแล้วก็เลยลองไปหาข้อมูลในกูเกิลด้วยว่าตาเสียเพราะกินเผ็ดมัน เกี่ยวกันมั้ยก็ไม่เห็นว่ามันจะเกี่ยวอะไรเลย

ถามป้าในที่เรียนก็บอกว่าคนโบราณเขาบอกว่ากินเผ็ดแล้วจะสายตาสั้นมั้งอะไรงี้...

ก็เลยขอถามกันบล็อกนะครับว่ากินเผ็ดมากๆแล้วตาเสียอย่างงั้นเหรอ

 

edit @ 2 Oct 2008 13:15:24 by varu

กลังจากเอ็นทรี่ก่อนหน้าแอบเสนอข่าวไปว่ามารุโกะจังเล่ม 15 ออกแล้วนะคร้าาบพี่น้อง

ออกห่างจากเล่ม 14 ถึง 10 ปีดีดักทีเดียวเชียว

คิดละกันว่าจากเล่ม 14 ที่สมัยนั้นยังอยู่ม.ต้นอยู่เลย  พอมาเล่ม 15 ก็นับอายุอานามแฟนๆมารูโกะจังก็น่าจะ 20 กว่ากันหมดแล้วเด็กๆจะมีใครเคยอ่านมารูโกะมั้ยเนี้ย

แต่อย่างว่า พอหนังสือการ์ตูนออกมาก็ ส่งผลให้แฟนๆนานุแฟนของมารุโกะจังต่างหามาอ่านกันให้ควักเลยเพื่อนผมก็วิ่งหาร้านขายกันพอตัวเลย

(ออกแนวคนแก่ถวินหาความแก่ เอ้ยอดีตจิ...)

ว่าแล้วก็เอารูปมาลงละกัน

  อันนี้ตรงคำนำผู้เขียนออกแนวบอกว่าจะมีมารูโกะจังเล่ม 16 ในเร็ววัน(สาธุไม่ใช่ออกอีกที 10 ปีนะ)

ส่วนเนื่้อหาภายในเล่มก็ยังความเป็นมารูโกะจังได้สนุกเลยแต่บางตอนก็ไม่ค่อยจะเก็ตมุขเท่าไรเหมือนกัน

(ตอนตามเก็บเบลล์)

 สุดท้ายครับอ่านจนจบมาติดใจตรงวันที่พิมพ์เมื่อไร

คือเขาพิมพ์ตั้งแต่ 29 กุมภาพันธ์ 2551 นี่หว่า แต่ไงมาขายเอากันยายนเยี่ยงนี้ล่ะครับ

อย่างงี้จะเีรียกว่าโครตดองได้หรือเปล่าเนี้ย

ไม่มีอะไรมากมายหรอกแค่เมื่อวานนั่งดูแล้วแบบว่าขำโดนใจพอควรก็เลยเอามาลงในเอ็กทีนเท่านั้นแหละเพื่อใครสนใจ

อันนี้ช่วงแรก

อันนี้ช่วงที่สอง

อันนี้ช่วงที่สาม

นั่งดูจนจบผมชอบตอนที่หมูหวานเขาโดดลงเวทีอะแบบว่า...ฮามาก

กับตอนที่วง Reteospec เขาเอาคืนสาระเนอะ อันนี้ก็โดนนอกบทดีทีเดียว

ปิดท้ายข่าวนิดนึงจาก 

http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A7042553/A7042553.html

มารูโกะจังเล่ม 15 ออกแล้ว!!หลังจากที่ออกเล่ม 14 ไปเมื่อปี 2541 ห่างกัน 10 ปี พอดี(นึกว่ามีแค่ 14 เล่มที่ไหนได้เล่ม 15 อยู่ๆเขาก็มาซะงั้น)

เอาเป็นว่าใครสาวกเด็กหญิงเป๋อแหวว จิบิมารูโกะจังตามเก็บด่วนครับ

 

บอกก่อนว่าผมไม่ได้ร่วงมากจนจะใช้หรอกนะ

และที่สำคัญเอ็นทรี่เนื้อหาบางส่วนอาจจะมีความไม่เหมาะสมเท่าไรผู้ปกครองควรพิจารณา.

เรื่องมันมีอยู่ว่าวันก่อนขณะที่กำลังนั่งเรียนกันอยู่ที่มหิดลคุณเพื่อนดิวผมมันก็คุยกับคุณเพื่อนแบงค์ประมาณว่ายาที่แนะนำไปซื้อมาใช้หรือยังมันก็เอากล่องยามาให้ดูกัน
ว่าแล้วเอาภาพเอามาให้ชมกัน



เห็นกล่องแล้วคิดว่าเป็นยาอะไรครับ? กับ Firde 5 mg
บางคนอาจจะคิดว่าก็คงเป็นแบบชื่อหัวเอนทรี่อะจิ ยาแก้ผมร่วง
เปล่าครับมันไม่ใช่หรอกรู้มั้ยว่าข้างกล่องเขาเขียนสพรรคุณจริงๆว่าอะไร
ข้างกล่องมันเขียนว่ายา "ยารักษาต่อมลูกหมากโต"!!!
ตอนนั้นนี่บอกตามตรงตกใจมากว่าคุณเพื่อนผมมันจะกินยารักษาโรคผมร่วงโดยการกินยารักษาต่อมลูกหมากโต!
ว่าแล้วตอนนั้นนี่ตกใจและไม่เชื่อเพื่อนดิวผมมันจะกินแล้วจะหายมั้ยมีผลอย่างไงอะไรงี้และที่สำคัญคือโครตไม่เชื่อเลยว่าจะรักษาได้จริง
มันก็เข้ากูเกิลเปิดให้ดูว่าทั้งโลกใบนี้เขาก็ใช้กันทั้งนั้น กลับยาชนิด   Finesteride
ว่าแล้วก็เอาผลของการค้นหามาให้ชมกันนิดนึง

 ผลการค้นหา 1 - 10 รายการจากประมาณ 4,280,000 สำหรับคำว่า Finasteride (0.08 วินาที)
แต่ที่ชื่อ Firide 5 MG เนี้ยคือชื่อยาตัว Finesteride นี้ เนี้ยแหละแต่เป็นยาที่ผลิตโดยบริษัท siam (ยาคนไทยผลิต)
 ผลการค้นหา 1 - 10 รายการจากประมาณ 11,100 สำหรับคำว่า Firide (0.23 วินาที) (คนค้นหาเป็นหมื่นกันเลยทีเดียว)


ตอนนี้ก็พอจะเชื่อแล้วล่ะแถมคุยกันอยู่พี่อีกคนที่เรียนสาธรณะสุข ก็มาบอกว่าเพื่อนเขาที่เป็นหมอก็ใช้เหมือนกันเอาซิสร้างความเชื่อมั่นกันน่าดูเลย
เพื่อนผมมันบอกว่าก่อนหน้านี้มันใช้พวกแชมพูรักษาผมร่วงมาทุกยี่ห้อแล้วก็ไม่หายขนาดไปหาที่ svenson
มาแล้วด้วยซ้ำก็ไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไหรจนมาใช้เจ้าตัวยา Finasteride เนี้ยแหละ
แต่ไม่ใช่ว่ายามันจะวิเศษขนาดนั้นเพราะมันมีผลข้างเคียงน่าตื่นตะหนกพอควรเลย
นั่นก็คือพอกินมากต่อมลูกหมากเราจะเล็กลงและมันทำให้...
แบบว่าปิกาจู้ของท่านชายเราไม่ทำงาน!!!
ผมก็หั้ยทำไมกินล่ะมันจะเสี่ยงกันมากมายเลยจะคุ้มกันเหรอแบบผมไม่ร่วงแต่ไอ้นั่นเสื่อมอะไรงี้
เพื่อนผมมันก็บอกว่ามันไม่ได้ขนาดนั้นเพราะยาหนึ่งเม็ดมันขนาด 5 mg ก็แบ่งยาให้เป็น 5 ส่วน ก็คือกินแค่วันละ 1 mg เท่านั้นก็คือมันก็บอกว่าพอเลิกกินก็จะหายเสื่อมแต่ผมก็จะร่วงเหมือนเดิมเท่านั่นเอง
ผมก็ถามเพื่อนดิวว่าตกลงแล้วมันยังใช้งาน...ปิกาจู้ได้หรือเปล่ามันก็ยืนยันว่าใช้งานได้ตามปกตินั่นแหละแต่เช้าๆปิกาจู้มันจะแข็งตัวไม่เหมือนก่อนอะไรงี้
ผมฟังแล้วก็ทั้งตื่นตะหนกพอสมควรว่าแล้วผมก็เลยขอยกข้อมูลจากเว็บไทยคลีนิคมาให้อ่านละกันเพื่อใครอ่านมาแล้วยังไม่เชื่อหรือคางเครงใจอยู่


http://www.thaiclinic.com/question_finasteride.html

เรียนถามว่ายา Finasteride  ขณะนี้มีจำหน่ายในเมืองไทยหรือยัง? และ ขนาดที่ใช้   ขอบคุณครับ
  ยา Finasteride ที่คุณถามมา มีจำหน่ายอยู่ในเมืองไทยนานแล้วครับ  แต่ที่ถามอย่างนี้ ขอเดาว่าคงคิดจะเอามาสำหรับรักษาผมร่วงใช่ไหมครับ ?

ตอบ ยา Finasteride เป็นยาที่ผลิตโดยบริษัท Merck Sharp & Dohm (MSD) มีคุณสมบัติยับยั้งเอ็นซัยม์ที่เปลี่ยนฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน  ให้เป็นอนุพันธ์ที่ออกฤทธิ์ได้แรงกว่า  ผลิตครั้งแรกเพื่อนำมาใช้รักษาภาวะต่อมลูกหมากโตครับ
 แต่เนื่องจากกลไกการออกฤทธิ์ของมันเอง  (ประกอบกับการโปรโมทเพื่อขายยารักษาต่อมลูกหมากโตมีทีท่าไปไม่รุ่ง)
 จึงนำมาศึกษาในผู้ชายที่ผมร่วง เนื่องจากส่วนใหญ่มีผลของฮอร์โมนเพศมาเกี่ยวข้อง
                   
การศึกษา พบว่าผู้ใช้มีการตอบสนองต่อยานี้ โดยยับยั้งการหลุดร่วงของผมได้  และทำให้เกิดผมขึ้นใหม่ เป็นเส้นเล็ก ๆ โดยพบอัตราการตอบสนองประมาณร้อยละ 30 -40 แต่ต้องใช้ไปเรื่อย ๆ ตลอดไป  เมื่อหยุดใช้ยาจะทำให้ผมกลับมาร่วงเหมือนเดิมครับ

 ขนาดที่ใช้รักษาต่อมลูกหมากโต ใช้เม็ดละ 5 มก. วันละ 1 เม็ด
 แต่ขนาดที่ใช้ในผมร่วง ใช้วันละ 1 มก. ครับ


ผลข้างเคียงที่สำคัญที่สุดคือ การหย่อนสมรรถภาพทางเพศ พบได้ร้อยละ 1-3ของผู้ใช้ยาครับ
นอกจากนี้ถือเป็นข้อห้ามใช้ในคนท้อง
(มีข้อแนะนำไม่ให้คนท้องได้รับยานี้ แม้กระทั่งการสัมผัสครับเพราะยาอาจไปมีผลต่อเด็กในครรภ์ โดยเฉพาะเด็กเพศชาย
อาจมีผลให้เกิดความผิดปกติของอวัยวะเพศของเด็กในครรภ์ได้)


โดยสรุปแล้ว ยาที่ใช้รักษาผมร่วงและถือเป็นยาหลักตัวแรก ยังเป็นยาน้ำ Minoxidilใส่ผม ครับ
 เพราะได้ผลประมาณร้อยละ 30-40 เหมือนกัน ,ต้องใช้ไปตลอดเหมือนกัน (หยุดใช้ก็ร่วงอีก)
แต่ข้อดีคือ ไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ  (ไม่แนะนำให้นำ Minoxidil ชนิดกินมารักษาผมร่วงนะครับ
 เพราะอาจทำให้ความดันเลือดตกได้  ผลเรื่องผมร่วงก็ไม่ได้ดีกว่ายาใส่ผมครับ)
 ส่วนยา Finasteride ก็เป็นยาเสริม  อาจใช้ร่วมกับ Minoxidil หรือใช้เมื่อ Minoxidil ไม่ได้ผลครับ

อย่างไรก็ตาม อย่าตั้งความหวังกับยาทั้ง 2 ตัวมากนัก เพราะได้ผลไม่ 100
 เปอร์เซ็นต์ และต้องใช้ไปตลอด หยุดไม่ได้ ผลข้างเคียงอย่างที่บอกไปแล้ว
 นอกจากนี้ที่สำคัญคือ ยาทั้งสองตัว ราคาไม่ใช่น้อยนะครับ (ยา Minoxidil
ขวดละประมาณ 700-800 บาท ใช้ได้ 1 เดือน, ยา Finasteride กิน
ค่าใช้จ่ายต่อวันประมาณ 10-15 บาท ครับ) ส่วนยาอื่นที่โฆษณากันโครม ๆ
 ไม่มีตัวไหนพิสูจน์ได้ครับว่าได้ผล

โดย นพ.มานพ  พิทักษ์ภากร  อายุรแพทย์

เอาเป็นว่าทั้งหมดก็เอามาเล่าสู่กันฟังนะครับ